ฝรั่งเศส นำก่อน 2-0 และเป็นฝ่ายคว้าชัย 3-2 เซต ซิวเหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ มาครองได้เป็นสมัยแรก

การแข่งขันวอลเลย์บอลชายในมหกรรมกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่สนามอารีอาเกะ อารีนา กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ประจำวันที่ 8 สิงหาคม 2564 เป็นเกมการแข่งขันในรอบชิงเหรียญทอง ระหว่าง ฝรั่งเศส พบกับ คณะกรรมการโอลิมปิกรัสเซีย

ฝรั่งเศส ของ โลรองต์ ทิลลี เข้ามาชิงชนะเลิศเป็นครั้งแรก ด้วยการเอาชนะ อาร์เจนตินา ไปได้อย่างสนุก 3-0 เซต ในรอบรองชนะเลิศ ส่วน รัสเซีย ของ โทมัส แซมเมลโว กุนซือชาวฟินแลนด์ เอาชนะ บราซิล แชมป์เก่ามาได้ 3-1

เซตแรก รัสเซีย ออกตัวได้ดีกว่า แต่ว่าในช่วงท้าย ฝรั่งเศส มาเร่งแซงชนะไป 25-23 รวมถึงในเซตสอง ฝรั่งเศส ครองเกมรุกได้ดีกว่า ทำให้ชนะไปอีก 25-17 นำห่าง 2-0 เซต

เซตสาม รัสเซีย ตั้งเกมของตัวเองได้ และเป็นฝ่ายออกนำตลอดก่อนจะชนะไป 25-21 ไล่มา 1-2 เซต ส่วนเซตสี่ รัสเซีย ยังคงครองเกมของตัวเองได้ดี และมีเกมรุก และรับที่เด็ดขาดเอาชนะไปได้อีกเซต 25-21 เสมอ 2-2 เซต

เซตห้าตัดสิน รัสเซีย เริ่มต้นได้อย่างยอดเยี่ยม นำ 6-3 แต่ ฝรั่งเศส ยังตีเสมอ 6-6 ก่อนที่จะเป็นฝ่ายแซงชนะในช่วงท้าย 15-12

สรุปผลการแข่งขัน ฝรั่งเศส ชนะ รัสเซีย 3-2 เซต 25-23, 25-17, 21-25, 21-25, 15-12

เอียร์วิน เอ็นกาเป็ธ หัวเสาทีมชาติฝรั่งเศส ทำแต้มสูงสุดในเกมนี้ที่ 26 คะแนน รองลงมาเป็น มักซิม มิไคลอฟ ของ รัสเซีย ทำไป 21 คะแนน

ฝรั่งเศส เข้ามาชิงครั้งแรก พร้อมกับคว้าเหรียญทองไปครองได้เป็นครั้งแรก โดยที่ไม่เคยคว้าเหรียญรางวัลใดเลยมาก่อนหน้านี้ ขณะที่ รัสเซีย จบด้วยเหรียญเงิน

ส่วนคู่ชิงเหรียญทองแดงก็ดุเดือดไม่แพ้กัน อาร์เจนตินา ชนะ บราซิล 3-2 เซต 25-23, 20-25, 20-25, 25-17, 15-13 คว้าเหรียญทองแดง โอลิมปิกเกมส์ ครั้งแรกในรอบ 33 ปี หลังจากที่ทำได้ครั้งเดียวก่อนหน้านี้คือปี 1988

ส่วน บราซิล จบอันดับ 4 ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 21 ปี ที่พวกเขาพลาดเหรียญรางวัล เพราะนับตั้งแต่ปี 2004 บราซิล คว้าเหรียญในโอลิมปิกเกมส์มาได้ทุกครั้ง