ขุนพลเซเลเซาทำได้ตามเป้า หลังป้องกันแชมป์ฟุตบอลชาย อลป.2020 ได้สำเร็จ ด้วยการเฉือนเอาชนะ สเปน ในช่วงต่อเวลา 2-1 จากประตูชัยจาก มัลคอม ตัวสำรองที่ลงมาในช่วงต่อเวลาพิเศษ

การแข่งขันฟุตบอลชาย กีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2020 ประจำวันที่ 7 ส.ค.2564 เกมรอบชิงชนะเลิศ ที่สนามอินเตอร์เนชั่นแนล สเตเดียม โยโกฮาม่า ทีมชาติบราซิล แชมป์เก่าจากปี 2016 ที่เอาชนะจุดโทษ เม็กซิโก 4-1 ในรอบตัดเชือก พบกับ ขุนพล "กระทิงดุ" ทีมชาติสเปน ที่ในรอบรองชนะเลิศ เอาชนะเจ้าภาพ ญี่ปุ่น ในการต่อเวลาพิเศษ 1-0 

เซเลเซา เกมนี้นำทัพมาโดย ดานี่ อัลเวส แบ็กขวาจอมเก๋ากัปตันทีม , ดิเอโก้ คาร์ลอส , ดักลาส ลุยซ์ , มาเธอุส คุนญ่า และ ริชาร์ลิซอน ดาวซัลโวจากเอฟเวอร์ตัน ขณะที่ "กระทิงดุ" ขนดาวดังลงสนามครบครันทั้ง อูไน ซิมอน , เปา ตอร์เรส , มิเกล โอยาร์ซาบาล , อีริค การ์เซีย , เปดรี้ , ดานี่ โอลโม่ และ มาร์โก อาเซนซิโอ ฮีโร่ที่ทำประตูชัยในเกมรอบรองชนะเลิศ

เริ่มเกมนาที 16 สเปน ได้ลุ้นทำประตูก่อน จังหวะ มาร์โก อาเซนซิโอ เปิดบอลจากริมเส้นมาให้กับ มิเกล โอยาร์ซาบาล โหม่งตั้งเข้าไปหน้าปากประตู ดิเอโก้ คาร์ลอส แนวรับบราซิล วิ่งเข้าสกัดบอลตัดหน้า ดานี่ โอลโม่ แต่โดนบอลเหลี่ยมไม่ดี ลูกกำลังจะย้อยเข้าประตูตัวเอง แต่ยังโชคดีที่ ดิเอโก้ คาร์ลอส ยังไววิ่งตามมาแก้ตัวเตะสกัดบอลทิ้งจากเส้นประตูได้ทัน

นาที 19 บราซิล ได้โอกาสบ้าง ริชาร์ลิซอน จ่ายบอลให้กับ ดักลาส ลุยซ์ หลุดทะลุเข้าไปยิงในเขตโทษ บอลพุ่งเข้าหามุมประตูแต่ อูไน ซิมอน นายทวารสเปนยังไวพอที่จะพุ่งตัวไปปัดบอลออกหลังได้ทันเวลา

นาที 36 อูไน ซิมอน ผู้รักษาประตูสเปน ออกมาตัดบอลพลาดไปชนกับ มาเธอุส คุนญ่า กองหน้าบราซิล ผู้ตัดสินหยุดเกมเพื่อเช็คจาก VAR ก่อนจะเป่าให้เป็นจุดโทษกับขุนพลแซมบ้า แต่อย่างไร ริชาร์ลิซอน ที่รับหน้าที่สังหารกลับยิงบอลข้ามคานออกหลังไปอย่างไม่น่าเชื่อ

ก่อนจบครึ่งแรกอึดใจเดียว นาที 45+2 บราซิล มาได้ประตูออกนำจนได้ เคลาดินโญ่ เปิดบอลลึกไปถึงเสาไกล อานี่ อัลเวส ตามไปเกี่ยวบอลโด่งกลับมาเข้ามา มาเธอุส คุนญ่า พักอกเอาบอลลง ก่อนวอลเล่ย์ด้วยขวาส่งบอลเสียบมุมเสาเข้าประตูไปให้ บราซิล ออกนำไปก่อนในครึ่งเวลาแรก 1-0

ครึ่งหลังนาที 52 ทัพเซเลเซา เกือบได้ประตูเพิ่ม มาเธอุส คุนญ่า จ่ายบอลให้กับ ริชาร์ลิซอน หลุดเข้าไปในเขตโทษ ก่อนล็อกหลบแนวรับสเปน แล้วยิงจ่อๆ หน้าประตู แต่บอลไปติดขาของ อูไน ซิมอน ก่อนที่จะกระดอนไปชนคานออกมาอย่างน่าเสียดาย

นาที 61 ทัพกระทิงดุ ตามตีเสมอเป็น 1-1 จากลูกที่ การ์โลส โซเลร์ เปิดบอลจากริมเส้นลึกไปถึงเสาสองให้กับ มิเกล โอยาร์ซาบาล ล้มตัวยิงด้วยซ้ายตามน้ำ บอลพุ่งเข้าไปตุงตาข่ายอย่างสวยงาม

นาที 85 ออสการ์ กิล แบ็กขวาสเปน กึ่งยิงกึ่งผ่านบอลไปหน้าประตู ลูกลอยผ่านมือ ซานโตส นายทวารบราซิลไปแล้ว แต่ดันไปชนคานกระดอนออกมาอย่างน่าเสียดาย

นาที 88 สเปน มีลุ้นได้ประตูอีกครั้ง ไบรอัน กิล ได้จังหวะซัดด้วยซ้ายข้างถนัดเต็มข้อจากหน้ากรอบเขตโทษ แต่บอลดันพุ่งไปชนคานกระดอนออกหลังไป

จบ 90 นาที บราซิล เสมอกับ สเปน 1-1 ทำให้ต้องสู้กันต่อในช่วงต่อเวลาพิเศษอีกครึ่งละ 15 นาที

นาที 96 บราซิล เกือบได้ประตูขึ้นนำ มัลคอม ได้บอลหลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษฝั่งซ้าย ก่อนตัดสินใจยิงยัดเสาแรก แต่บอลไปแฉลบแนวรับสเปนพุ่งหลุดเสาออกหลังไปนิดเดียว

นาที 108 บราซิล มาได้ประตูนำ 2-1 จนได้ จากลูกที่ แอนโทนี่ เปิดบอลเปลี่ยนแกนจากขวามาซ้ายให้กับ มัลคอม ใช้ความเร็วสปีดเข้าถึงบอลได้ก่อนกองหลังสเปนหลุดเดี่ยวเข้าไปในกรอบเขตโทษ จังหวะยิงแม้บอลจะไปติดปลายเท้าของ อูไน ซิมอน นิดนึง แต่ก็ยังดีพอที่จะกระดอนย้อยเสียบเสาไกลเข้าประตูไป

เวลาที่เหลือ สเปน พยายามบุกเพื่อทวงประตูคืน แต่ก็ทำไม่สำเร็จ จบเกมเป็น บราซิล ที่เอาชนะไปได้ 2-1 คว้าแชมป์มาครองเป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน ขณะที่ สเปน ต้องรอคอยการกลับมาคว้าแชมป์ต่อไป หลังจากที่เคยทำได้มาแล้วครั้งแรกเมื่อปี 1992 หรือเมื่อ 29 ปีที่แล้ว