เปิดใจวินาทีคว้าชัยชนะ "แต้ว-สุดาพร สีสอนดี" ยอดกำปั้นสาวไทยดีใจจนกลั้นน้ำตาไม่อยู่ เผยคิดถึงพ่อผู้ผลักดันที่เสียชีวิตไปเมื่อ 7 ปีก่อน

 การแข่งขันมวยสากลสมัครเล่น โอลิมปิกเกมส์ โตเกียว 2020 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น รุ่นไลท์เวท น้ำหนัก 57-60 กก.หญิง รอบก่อนรองชนะเลิศ "แต้ว" อาสาสมัครทหารพรานหญิงสุดาพร สีสอนดี กำปั้นสาวไทยจากจ.อุดรธานี สามารถเอาชนะ แคโรไลน์ ดูบัวส์ จากสหราชอาณาจักร ด้วยคะแนนรวม 3-2 สุดาพร คว้าเหรียญทองแดงมาตุนได้แล้ว แต่ยังมีภารกิจต่อในรอบรองชนะเลิศ ที่จะเข้าไปเจอกับ เคลลี่ แอน แฮร์ริงตัน เต็งหนึ่งดีกรีแชมป์โลกจากไอร์แลนด์ ในวันที่ 5 สิงหาคมนี้

 ทั้งนี้จากการคว้าเหรียญทองแดงในมือแล้วนี้ทำให้ สุดาพร จะได้รับเงินรางวัลอัดฉีดเพื่อเป็นขวัญกำลังใจและสวัสดิการนักกีฬาจากกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ การกีฬาแห่งประเทศไทย แน่ๆ แล้ว 4.8 ล้านบาท แต่หากสามารถคว้าเหรียญรางวัลอื่น คือ เหรียญทอง จะรับเงินรางวัล 12 ล้านบาท และเหรียญเงินรับ 7.2 ล้านบาท ขณะเดียวกัน "แต้ว" พูดถึงชัยชนะและขอบคุณกองเชียร์ชาวไทยทุกคนที่ส่งใจเชียร์

 "แต้ว" สุดาพร กล่าวทั้งน้ำตาแห่งความดีใจว่า “ก่อนขึ้นชกไฟต์นี้ ยอมรับว่ามีความกดดัน แต่ก็พยายามจะไม่คิด เพราะอาจจะทำให้ต่อยไม่ได้อย่างที่วางแผนไว้ การวางแผนการชกไฟต์นี้ ก็พยายามศึกษาเทปการชกของคู่แข่ง ก็เห็นว่าเป็นมวยที่ต่อยยาว มีหมัดหน้าที่ดี เราก็วางแผนว่าก็ต้องปล่อยหมัดหน้าเพื่อสู้กับเขา หมัดหน้าต้องไม่ตก ก็ศึกษาเทปของเขาอยู่ 3 รอบ แล้วก็มีการทวนเชิงต่อยกับมวยซ้าย กับโค้ชและน้องใบสน ส่วนรอบต่อไปที่เจอกับนักชกไอร์แลนด์ เขาเป็นมวยจังหวะฝีมือ ซึ่งเราก็ต้องกลับไปศึกษาดูเทปของเขาให้ละเอียดอีกครั้งว่า เคยเจอกันปี 2018 ที่อินเดีย ก็แพ้มา แต่รอบนี้พร้อมสู้เต็มที่เพื่อเข้าชิงเหรียญทองให้ได้”

 "ตอนที่กรรมการผายมือมาที่หนูให้หนูชนะ หนูดีใจจนพูดอะไรไม่ออกเลยค่ะ มันเป็นความฝันของหนู นาทีนั้นคิดถึงบ้าน คิดถึงพ่อ ซึ่งถ้าไม่มีพ่อ หนูเองก็คงไม่มีวันนี้ เพราะพ่อเป็นคนบังคับให้หนูต่อยมวย ถ้ามีโอกาสเจอท่าน หนูอยากจะบอกว่า หนูทำได้แล้ว ถ้าพ่อยังรับรู้ หนูขอให้พ่อภูมิใจในตัวหนูนะค่ะ หนูทำวันนี้ได้แล้ว"

 สุดาพร กล่าวอีกว่า คืนก่อนชกไฟต์นี้นอนหลับปกติดี แต่สิ่งที่เสียดายและคิดอยู่ตลอด คือการที่พ่อไม่ได้อยู่เห็นความสำเร็จของตัวเอง เพราะพ่อเสียไปตั้งแต่เมื่อ 7 ปีที่แล้ว