“น้องเฟี้ยว” จุฑามาศ จิตรพงศ์ นักชกสาวรุ่น 51 กก. ไปไม่ถึงฝันพ่ายคู่ปรับเก่า “บูเซนาซ ชาคิโรกลู” จากตุรกี ขาดลอย 0-5 เสียง ตกรอบ 8 คนสุดท้ายมวยสากลกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2020 เจ้าตัวเผยเสียดายที่ไม่สามารถก้าวไปถึงรอบลึกกว่านี้ แต่ก็ทำอย่างเต็มที่

การแข่งขันมวยสากล กีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2020 เมื่อวันที่ 1 ส.ค. ที่สนามแข่งขันโกกุคุกิคัง อารีน่า กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เป็นการชกในรอบ 8 คนสุดท้าย รุ่น 51 กก.หญิง โดย “น้องเฟี้ยว” จุฑามาศ จิตรพงศ์ นักชกไทย พบกับ บูเซนาซ ชาคิโรกลู จากตุรกี ทั้งคู่เคยเจอกันมาแล้วทัวร์นาเม้นท์ที่เช็ก เป็น น้องเฟี้ยว ที่พ่ายมาอย่างสูสี

เกมยกแรกทั้งคู่จดๆจ้องๆ ดูเชิง ก่อนที่สาวตุรกีชิงจังหวะดักต่อยได้อย่างแม่นยำ หมดยกแรกคะแนน เจ้าเฟี้ยว ตาม 1-4 ทำให้ยก 2-3 ต้องเดินบี้เข้าหาอย่างหนักแต่ก็ยังคลำหาเป้าไม่เจอกลับถูก ชาคิโรกลู ดักต่อยจังๆ หลายหมัดครบยก บูเซนาซ ชาคิโรกลู จากตุรกี เป็นฝ่ายชนะคะแนนขาดลอย 5-0 เสียงผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ ส่วนจุฑามาศ ตกรอบ 8 คน

หลังพลาดหวัง “น้องเฟี้ยว” กล่าวว่า เสียใจที่ไม่สามารถเข้ารอบให้ลึกกว่านี้ได้ แต่ตนก็ทำอย่างเต็มที่แล้ว ยกแรกคะแนนเราตามทำให้ต้องเปลี่ยนเกมเป็นเดินเข้าหา จึงเข้าทางเขาพอดี เพราะเขาเป็นมวยประเภทตั้งรับ ไม่เป็นไรกีฬามีแพ้มีชนะการเข้าถึงรอบ 8 คนถือว่าเกินจากเป้าหมายแล้วสำหรับโอลิปปิกเกมส์ครั้งแรก แต่เป็นไปได้ก็อยากเข้าให้ลึกกว่านี้หรือมีเหรียญกลับไป ตนจะนำประสบการณ์จากครั้งนี้กลับไปพัฒนาฝีมือให้กล้าแกร่งมากขึ้นกว่าเดิมเพื่อก้าวไปให้ถึงฝันที่วางไว้

"วันนี้อยากพิสูจน์ให้โค้ชหรือทุกคนเห็นว่าเฟี้ยวก็ทำได้ดีไม่แพ้ใคร และทำหน้าที่อย่างเต็มที่ทุกครั้งเวลาที่ขึ้นสังเวียน อนาคตหลังจากนี้จะตั้งใจซ้อมให้หนักกว่าเดิม หากมีโอกาสจะต้องไปแก้มือที่โอลิมปิกเกมส์ 2024 โดยเฉพาะคนที่เราแพ้มาจะกลับไปทวงแค้นให้ได้ และก็อยากฝากขอบคุณทุกคนทั้งสมาคมกีฬามวยฯ รวมถึงสต๊าฟโค้ชที่คอยเป็นกำลังใจให้โอกาสและสนับสนุนตลอดมาตลอดค่ะ" น้องเฟี้ยว กล่าวตอนท้าย