“น้องเฟี้ยว” จุฑามาศ จิตรพงศ์ นักชกสาวไทย พอใจหลังทยานเข้ารอบ 8 คนสุดท้ายมวยสากลกีฬาโอลิมปิกเกมส์ ด้วยการชนะคะแนน ไอริช แมกโน่ นักชกสาวฟิลิปปินส์ 5-0 เสียง

การแข่งขันมวยสากลกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2020 เมื่อวันที่ 29 ก.ค. ที่สนามแข่งขันโกกุคุกิคัง อารีน่า กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เป็นการชกรอบ 16 คนสุดท้าย ในรุ่น 51 กก.หญิง “น้องเฟี้ยว” จุฑามาศ จิตรพงศ์ นักชกไทย พบกับ ไอริช แมกโน่ นักชกสาวฟิลิปปินส์ เกมนี้ คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล เดินทางมาเชียร์ให้กำลังใจนักชกไทยถึงขอบเวที คู่กับ นายสมชาย พูลสวัสดิ์ ประธานเทคนิคฯ

ก่อนการชกทั้งคู่เคยลงนวมด้วยกันมาแล้วในการเก็บตัวที่ศูนย์ฝึกกีฬามวยมวกเหล็ก จ.สระบุรี เกมการชกทั้ง 3 ยกเป็น เจ้าเฟี้ยว ที่ดักต่อยออกหมัดได้อย่างจะแจ้งกว่าทุกยก โดยเฉพาะยก 2 ที่ฮุกซ้ายจังๆ เข้าเป้าเหลายหมัด ครบยก จุฑามาศ จิตรพงศ์ เป็นฝ่ายชนะคะแนน 5-0 เสียง ผ่านเข้ารอบ 8 คนสุดท้าย พบกับ บูเซนาซ ชาคิโรกลู จากตุรกี วันที่ 1 ส.ค.

หลังการชก “น้องเฟี้ยว” กล่าวว่า ดีใจที่ผ่านเข้าถึงรอบ 8 คน การชกวันนี้เป็นไปตามแผนที่ทางทีมงานวางไว้ ออกหมัดได้ฟรีสไตล์มากขึ้นเพราะผ่านการชกเกมแรกมาแล้วทำให้ทุกอย่างคลายความกดดัน เพราะที่ผ่านมานักชกไทยไม่ได้ออกทัวร์นาเม้นท์เลย ส่งผลให้ทุกคนเกิดอาการสนิมจับไปบ้าง

นอกจากนี้ น้องเฟี้ยวยังเผยว่า ก่อนชกไม่รู้สึกกดันเพราะเราเคยลงนวมกันมาแล้ว และตนก็เป็นฝ่ายชนะมาตลอด นัดหน้าเจอกับนักชกตุรกี ถือเป็นการล้างตาเพราะตนเคยแพ้มาแบบคู่คี่สูสีในทัวร์นาเม้นท์ที่เช็ก แต่เท่าที่ดูตอนนั้นเขาได้อย่างดุดันและดีกว่านี้มาก อย่างไรก็ตามตนจะไม่ประมาทอย่างเด็ดขาดจะต่อยตามแผนที่วางไว้ ถึงตอนนี้ตนมีความมั่นใจมากก่อนมาก็ได้มีการบนกับศาลพ่อปู่ที่มวกเหล็ก ขอให้เข้ารอบลึกที่สุดหรือขอมีเหรียญติดไม้ติดมือกลับไป

ขณะที่ “บิ๊กชาย” นายสมชาย พูลสวัสดิ์ ผู้จัดการและประธานพัฒนาเทคนิคสมาคมกีฬามวยฯ กล่าวว่า พอใจมากกับฟอร์มของ เจ้าเฟี้ยว ดูผิดหูผิดตาชกได้ละเอียดและสุขุมมากแตกต่างจากเมื่อครั้งที่คัดเลก เห็นฟอร์มการชกของทุกคนแล้วทำให้ตนมีความหวังมากยิ่งขึ้นบอกเลยทุกคนอยู่ในเส้นทางหวังเหรียญ อย่างไรก็ตามตนได้ย้ำกับนักชกทุกคนอย่าประมาทและต้องมีสมาธิทุกครั้งเวลาขึ้นเวที ส่วนผลที่ออกมาแพ้ชนะว่ากันอีกทีขอให้ทุกคนทำหน้าที่อย่างสุดความสามารถทุกครั้งก็พอแล้วเพราะเรามาชกในนามทีมชาติไทยต้องทำให้อย่างเต็มที่เพื่อชื่อเสียงประเทศชาติ