หมดหนทางแล้ว ! “กรวีร์”  วอน “ศบค.”  เห็นใจอนุมัติให้จัดการแข่งขันฟุตบอล ไทยลีก ลีก เพื่อวงการฟุตบอลได้เดินต่อ ยืนยันจะใช้มาตรการเข้มข้น หลังที่ผ่านมาก็ไม่เคยผิดพลาด หลังต้องเลื่อนจัดมาถึง 2 ครั้งแล้วจน ณ ปัจจุบัน แทบไม่มีทางออกแล้ว

กรวีร์ ปริศนานันทกุล รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยลีก จำกัด เปิดเผยผ่านกีฬาเดลินิวส์ ถึงประเด็น การจัดแข่งขันฟุตบอลอาชีพไทยในฤดูกาล 2564-65(2021-22) จำเป็นต้องดำเนินต่อไปให้ได้ ซึ่งหลังจากเลื่อนการแข่งขันมา 2 ครั้งแล้ว ยอมรับว่าถึงเวลานี้แทบไม่มีมุมให้ถอยอีกแล้ว วอน ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) เข้าใจในภาวะเข้าตาจนของอุตสาหกรรมฟุตบอลหลังต้องเลื่อนฟุตบอลไทยลีก1-2 เลื่อนแข่งขันมาแล้วว่า

“คณะทำงานร่างแผนการจัดแข่งขัน จะมีผู้แทนแต่ละสโมสรเข้าร่วม คาดว่าจะเสนอไม่เกินกลางเดือน ส.ค. ทั้งนี้ตนวอนขอให้ ศบค.เห็นใจ เข้าใจอุตสาหกรรมฟุตบอล ที่จำเป็นต้องดำเนินต่อไป หากถอยมากกว่านี้ จะเกิดความเสียหาย ผลกระทบจะตามมาเยอะมาก ทั้งกับนักกีฬา กว่า 3 พันคน, สโมสรจะสู้ไม่ไหวส่วนหนึ่งคือเป็นผลต่อเนื่องปีที่แล้ว

"ความเสียหายอย่างเช่น รายได้สโมสร แค่ไม่สามารถให้แฟนเข้าชมได้ ก็เสียรายได้เรื่องบัตรเข้าชม, การจำหน่ายของที่ระลึก ขณะเดียวกันมูลค่าทีมลดลงเมื่อไม่มีแฟนบอล เพราะสปอนเซอร์ก็ต้องการจัดกิจกรรมหน้าสนาม
“เราเข้าใจสถานการณ์ ให้ความร่วมมือภาครัฐมาตลอด แต่เดิมเรามีแผนเปิดฤดูกาลปลายเดือน ก.ค. แต่เมื่อมีการแพร่ระบาดมากขึ้นก็ถอยมากลางเดือน ส.ค. พอไม่ดีขึ้น ก็ถอยอีกรอบ ไปต้นเดือน ก.ย.”

นายกรวีร์ กล่าวต่อไปว่า อีกอย่างหนึ่งที่ผ่านมา การจัดฟุตบอลอาชีพไม่เคยทำให้เกิดปัญหาเรื่องการแพร่ระบาดเลย อย่างปีที่แล้ว ไม่ว่าจะแข่งแบบมีคนดูหรือไม่ ก็ไม่มีการแพร่เชื้อ ในช่วงฤดูแข่งขันนักกีฬาก็ไม่มีคนติดเชื้อ แสดงว่าทุกทีมคุมเข้ม รู้มาตรการ หรือแม้แต่การที่จัดฟุตบอลเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก 3 กลุ่ม ก็ไม่มีผู้ติดเชื้อเลย จึงอยากให้มั่นใจในมาตรการ

“หากจัดแข่งได้ ภาครัฐก็จะไม่ต้องมาเสียงบประมาณเยียวยา วงการฟุตบอลไม่อยากเป็นภาระในด้านนี้ ขอเพียงอนุญาตให้แข่งขัน ยืนยันว่ามีมาตรการที่ดี ทุกภาคส่วนจะต้องเคร่งครัด คุมเข้มแน่นอน เราเตรียมแผนอยู่แล้ว ไม่ปล่อยปละละเลย ไม่มีหละหลวม จะไม่เกิดคลัสเตอร์จากฟุตบอล หากมีคลัสเตอร์ขึ้นมาจะมาลงโทษก็เข้าใจ แต่อย่าเพิ่งลงโทษโดยที่ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น”

“มาตรการขั้นสุดท้าย หาก ศบค.ไม่อนุมัติแผนการเดิม ก็ไปสู่บับเบิลแอนด์ซีล ซึ่งต้องบอกว่าไม่ใช่ง่ายๆ ใช้งบประมาณมหาศาล ไม่อยากให้ถึงจุดนั้น ตอนนี้ บจก.ไทยลีก ทำงานเต็มที่ ลืมไปได้เลยว่าจะไม่ได้แข่ง ยังไงก็ต้องแข่ง แต่โจทย์คือจะแข่งด้วยวิธีการอะไร”