มีการเปิดเผยออกมาว่า พ่อของแฮร์รี่ แม็คไกวร์ เซ็นเตอร์แบ็คทีมชาติอังกฤษได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์แฟนบอลป่วนสนามเวมบลีย์ในรอบชิงยูโร 2020 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

             แฮร์รี่ แม็คไกวร์ เปิดเผยว่าพ่อของเขาได้รับบาดเจ็บซี่โครงในเหตุโกลาหลของแฟนบอลก่อนเกมยูโร 2020 รอบชิงชนะเลิศเมื่อวันอาทิตย์ที่ 11 กรกฎาคม 2564 ที่ผ่านมา

             ก่อนเกมดังกล่าว มีแฟนบอลอังกฤษที่ไม่มีตั๋วจำนวนมากพยายามที่ทำลายรั้วของสนามเวมบลีย์ และได้ทำการฝ่าด่านรักษาความปลอดภัยเข้ามาภายในสนาม โดยลูกชายของ โรแบร์โต้ มันชินี่ กุนซือทีมชาติอิตาลี ก็เปิดเผยว่าที่นั่งของเขาถูกแฟนบอลอังกฤษยึดไป และเขาต้องไปหาที่นั่นอื่นแทน

             นอกจากนี้ยังมีรายงานว่ามีการขว้างปาพลุไฟกันทำให้เวมบลีย์ เวย์ หรือถนนที่เชื่อมระหว่างสถานีรถไฟใต้ดินเวมบลีย์ พาร์ค และสนามเวมบลีย์แทบจะกลายเป็นเขตสงคราม กองเชียร์ที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่จำนวนหนึ่งได้รับบาดเจ็บในที่เกิดเหตุ รวมทั้งอลัน พ่อของแม็คไกวร์ ซึ่งมีอายุ 56 ปี จากรายงาานของ The Sun นักบัญชีรายนี้นอนแน่นิ่งอยู่กับพื้น สันนิษฐานว่ากระดูกซี่โครงของเขาหัก 2 ซี่ หลังจากบรรดาแฟนบอลบุกเข้าไปตรงทางเข้าของผู้พิการและผลักทุกคนที่ขวางทาง แม็คไกวร์ให้สัมภาษณ์กับ The Sun ว่าประสบการณ์ที่แสนสาหัสของพ่อเขานั้น “น่ากลัว” และ “ไม่ใช่ประสบการณ์ที่ดี”

             "ใช่ ผมคิดว่าท่านมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุโกลาหลนั้นนิดหน่อย" แม็คไกวร์กล่าว “ผมคิดว่าท่านได้รับบาดเจ็บสองสามที่ และคิดว่าเป็นตรงซี่โครงด้วย” “แต่อย่างที่ผมพูด มันน่ากลัว ผมพูดกับท่านแล้วท่านบอกว่าท่านกลัว อย่างที่ผมพูด ผมไม่ต้องการให้ใครมีประสบการณ์แบบนั้นในการดูการแข่งขันฟุตบอล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในนัดชิงชนะเลิศรายการใหญ่"

             “ผมดูวิดีโอมามากแล้วและได้คุยกับพ่อเกี่ยวกับเรื่องนี้และก็ครอบครัวผม ผมคิดว่าพ่อและตัวแทนของผมคือคนที่เจ็บปวดมากที่สุดจากเรื่องนี้” "ท่านหายใจลำบากเพราะซี่โครงของท่าน แต่ท่านไม่ใช่คนประเภทที่จะมาตีโพยตีพายทำเรื่องให้ใหญ่โต" "มันน่ากลัวและน่าผิดหวัง และผมหวังว่าเราจะสามารถมองย้อนกลับไป และทำให้แน่ใจว่ามันจะไม่เกิดขึ้นอีก”

             ครอบครัวและเพื่อนๆ ของแม็คไกวร์ประมาณ 20 คน เข้าไปชมเกมที่สนามเวมบลีย์ และเจ้าตัวยังเล่าว่ามีการเผชิญหน้ากันในบริเวณที่นั่งเนื่องจากแฟนๆ ที่ไม่มีตั๋วปฏิเสธที่จะย้ายออกไป โดยกองหลังแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กล่าวว่ามี "ปัญหามากมาย" และอังกฤษ "จะต้องเรียนรู้" จากเหตุการณ์ต่างๆ หากคิดจะจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 2030

             จากเหตุวุ่นวายดังกล่าว ทำให้ยูฟ่าตั้งข้อหาเอฟเอ 4 ข้อหาคือ 1. การบุกรุกสนามแข่งขันของแฟนบอล 2. การขว้างปาสิ่งของแฟนบอล 3. การรบกวนจากแฟนบอลขณะมีเพลงชาติอิตาลี 4. การจุดพลุไฟของแฟนบอล