เดอะ ซัน ระบุ ทีมชาติอังกฤษ ไม่มีชื่อนักเตะจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับ ลิเวอร์พูล ในทีมตัวจริงศึก ยูโร เป็นครั้งแรกในรอบ 29 ปี จากสถิติของ ออปต้าโจ

เดอะ ซัน สื่อชื่อดังแดนผู้ดี รายงานข่าวว่า เกมที่ ทีมชาติอังกฤษ เฉือนชนะ ทีมชาติโครเอเชีย 1-0 ที่สนาม เวมบลีย์ ศึกฟุตบอล ยูโร 2020 รอบแบ่งกลุ่มนัดแรก กลุ่มดี เมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 มิถุนายน ที่ผ่านมานั้น ปรากฎว่า 11 ผู้เล่นตัวจริงของทีม ไม่มีนักเตะจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ ลิเวอร์พูล แม้แต่รายเดียว ซึ่งถือเป็นครั้งแรกตั้งแต่ยูโร 1992 หรือในรอบ 29 ปี ตามสถิติของ ออปต้าโจ เว็บไซต์สถิติฟุตบอลระดับโลก

แกเร็ธ เซาธ์เกต กุนซือทีม "สิงโตคำราม" ส่งผู้เล่นของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เจ้าของแชมป์ พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ และ คาราบาว คัพ ฤดูกาลล่าสุด ลงเล่นมากสุด 4 ราย นั่นก็คือ ไคล์ วอล์คเกอร์, จอห์น สโตนส์ราฮีม สเตอร์ลิ่ง, ฟิล โฟเด้น ส่วนที่เหลือจาก ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์, เชลซี, ลีดส์ ยูไนเต็ด, เวสต์ แฮม ยูไนเต็ด, เอฟเวอร์ตัน, แอสตัน วิลล่า และ แอตเลติโก มาดริด ทีมละ 1 คน

ส่วนนักเตะของ "ปีศาจแดง" และ "หงส์แดง" มีชื่อเป็นเพียงแค่ตัวสำรอง อย่าง มาร์คัส แรชฟอร์ด, ลุค ชอว์, ดีน เฮนเดอร์สัน ขณะที่ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ยังคงไม่ผ่านความฟิตไม่มีชื่อในเกมนี้ ด้าน จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กัปตันทีมแห่งถิ่นแอนฟิลด์ก็นั่งอยู่ข้างสนามเช่นกัน 

ที่น่าแปลกใจก็คือ ลุค ชอว์ นับเป็นผู้เล่นที่ถูกมองข้าม เพราะจริงๆแล้ว เขาอยู่ในฟอร์มที่ดีกับ ยูไนเต็ด ในฤดูกาลนี้ แต่ เซาธ์เกต เลือกที่จะให้ คีแรน ทริปเปียร์ มาตำแหน่งแบ็คซ้าย แม้ว่าตำแหน่งตามธรรมชาติของเขาจะอยู่ทางด้านขวาก็ตาม จนสุดท้ายกุนซือวัย 50 ปี ก็เฉลยมาว่า ต้องการประสบการณ์ของนักเตะรายนี้มาช่วยทีม

ทั้งนี้  แรชฟอร์ด เป็นคนเดียวในสองทีมนี้ ที่ถูกส่งลงมาแทน ฟิล โฟเด้น นาทีที่ 71 แต่ก็ไม่สามารถทำประตูได้ ส่งผลให้ ทีมชาติอังกฤษ เฉือนเอาชนะ โครเอเชีย ไป 1-0 จากลูกยิงโทนของ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ในช่วงต้นครึ่งหลัง ประเดิมคว้า 3 แต้ม ก่อนมีคิวเจอ สกอตแลนด์ คืนวันศุกร์ที่ 18 มิถุนายน นี้ต่อไป