ชีโร อิมโมบิเล่ กองหน้าทีมชาติอิตาลีของลาซิโอ ออกมาเผยว่า ทำไมอะไรต่างๆ ถึงไม่เวิร์คตอนที่ทำงานร่วมกับเจอร์เก้น คล็อปป์ ที่ตอนนี้เป็นผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล

              ชีโร อิมโมบิเล่ เป็นดาวเด่นในชัยชนะของอิตาลีเหนือตุรกีในเกมเปิดหัวยูโร 2020 เมื่อกองหน้าของลาซิโอทำไป 1 ประตูกับอีก 1 แอสซิสต์ในชัยชนะ 3-0 เมื่อคืนที่ผ่านมา (ศุกร์ที่ 11 มิถุนายน 2564) ลอเรนโซ่ อินซินเย่ ก็เป็นอีกคนที่มีชื่อทำประตู ส่วนเมริห์ เดมิรัล ของตุรกีทำเข้าประตูตัวและกลายเป็นประตูแรกของทัวร์นาเมนท์

              หลังเกม อิมโมบิเล่ บอกกับร้าน RAI Sport ของอิตาลีว่า “การได้เห็นแฟนๆ เฉลิมฉลองหลังจากช่วงเวลานี้เป็นสิ่งที่วิเศษมาก ในที่สุดเราก็มารวมตัวกันหลังจากเจอกับไวรัสร้ายเป็นเวลานาน” “ผมคิดว่าเราแสดงถึงความอดทนในเย็นนี้ ตุรกีเป็นทีมที่แข็งแกร่งและสร้างปัญหาให้กับทีมชั้นนำหลายทีม เราพยายามทำให้พวกเขาเหนื่อยในครึ่งแรก เคลื่อนบอลไปทางซ้ายและขวา พยายามกระจายบอล" “น่าเสียดายที่เราเจอกับอุปสรรคที่ไม่สามารถข้ามผ่านไปได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเราไม่เก่งลูกกลางอากาศ ตุรกีเหนื่อยมากกว่าหลังจากพักครึ่ง และหลังจากเสียประตูพวกเขาต้องเปิดพื้นที่บางส่วน นั่นคือเมื่อคุณภาพของเราปรากฏ” เขากล่าวเสริมว่า “การทำประตูในนัดเปิดสนามยูโรในสนามของผม มันดีมากๆ เลย”

              อิมโมบิเล่ วัย 31 เคยมีฤดูกาลที่ทำงานร่วมกับเจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือลิเวอร์พูลคนปัจจุบัน เมื่อทั้งคู่อยู่ที่ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ โดยคล็อปป์ซื้อสตาร์ชาวอิตาลีมาในฤดูกาล 2014/15 แต่เขาย้ายออกไปหลังจากทำไป 10 ประตูจาก 34 เกมระหว่างซีซั่นนั้น เมื่อปีที่แล้ว อิมโมบิเล่ ยกย่องผู้จัดการทีมชาวเยอรมันและอธิบายว่าทำไมสิ่งต่างๆ ถึงไม่เวิร์คที่ดอร์ทมุนด์ เขาบอกกับ Sport Bild ว่า

              "คล็อปป์ทิ้งบางอย่างไว้เบื้องหลังคุณ คุณจะไม่มีทางลืมคนอย่างเขา" “ผมโชคดีที่ได้เล่นภายใต้เขา เขาเป็นเทรนเนอร์ที่เปี่ยมไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก ใครบางคนที่คุณต่อสู้ทุกบอลเพื่อเขา” “เขาต้องการสิ่งนั้นจากคุณเช่นกัน และคุณจะเห็นสิ่งนั้นในพฤติกรรมของเขาข้างสนาม”

              เมื่อถูกถามว่าทำไมเขาถึงมีปัญหาในการสร้างผลกระทบในช่วงเวลาสั้นๆ ในเยอรมนี อิมโมบิเล่ก็กล่าวว่า “เท่าที่ผมทราบ ผมคิดว่าผมย้ายไปดอร์ทมุนด์ในช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสม” "กับคล็อปป์ BVB กลายเป็นแชมป์ในปี 2011 และ 2012 และจากนั้นก็เป็นอันดับ 2 สองครั้ง หลังจากครึ่งแรกของฤดูกาลของผมที่นั่น เราก็อยู่อันดับสองจากท้ายตารางในบุนเดสลีกา" “นั่นหมายถึงผู้เล่นอายุน้อย, ผู้เล่นต่างชาติถูกทอดทิ้ง ผมไม่คิดว่า คล็อปป์ไม่เห็นคุณภาพใดๆ ในตัวผม แต่ในช่วงที่ยากลำบากนี้เขาให้ความไว้วางใจผู้เล่นที่เขารู้จักและสามารถพึ่งพาได้มากกว่า”

              สำหรับอิตาลี ยังมีเกมรอบแบ่งกลุ่มที่เหลือกับสวิตเซอร์แลนด์ ในวันที่ 16 มิถุนายน และเวลส์ ในวันที่ 20 มิถุนายน พวกเขาตั้งเป้าผ่านเข้ารอบน็อคเอ้าท์หลังจากออกสตาร์ทได้อย่างน่าประทับใจ