สตีเว่น เจอร์ราร์ด กุนซือคนหนุ่ม ยอมรับว่า เวลานี้ เรนเจอร์ส เป็นอีกทีมที่ก้าวเข้ามาอยู่ในใจเขาแล้ว หลังจากที่ผ่านมามีเพียงแค่ ลิเวอร์พูล ทีมเดียวเท่านั้น โดยหวังจะพาทีม แชมป์ลีกสกอตต์แบบไร้พ่าย ประสบความสำเร็จมากขึ้นไปอีก

สตีเว่น เจอร์ราร์ด ผู้จัดการทีม เรนเจอร์ส ออกมายอมรับว่า เขาไม่คิดว่าตัวเองจะเป็นคนที่มีเพียงแค่สโมสรเดียวอีกต่อไป หลังจากพา "เดอะ ไลท์บลูส์" คว้าแชมป์  สกอตติช พรีเมียร์ชิพ ฤดูกาล 2020-2021 ด้วยสถิติที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้ใครตลอดทั้งฤดูกาล

เกมนัดสุดท้ายของซีซั่น ที่ไอบร็อกซ์ พาร์ค ลูกทีมของ "สตีวี่จี" เอาชนะ อเบอร์ดีน ไปอย่างขาดลอย 4-0 เมื่อวันเสาร์ที่ 15 พฤษภาคม ที่ผ่านมา โดยได้ประตูจาก การทำเข้าประตูตัวเองของ โจ ลูอิส นายทวารทีมเยือน นาทีที่ 5, เคมาร์ รูฟ นาทีที่ 34 และ 60 ก่อนที่จะมาได้ประตูปิดกล่องจาก เจอร์เมน เดโฟ กองหน้าที่ลงมาเป็นตัวสำรอง นาทีที่ 88

ทำให้ เรนเจอร์ส เก็บไปได้ถึง 102 คะแนน ด้วยผลงาน ชนะ 32 เสมอ 6 ไม่แพ้ใคร ทำคะแนน ทิ้งห่าง เซลติก อันดับสอง ที่มี 77 คะแนน อยู่ 25 แต้ม ส่งผลให้คว้าแชมป์ลีกเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี และเป็นสมัยที่ 55 ของสโมสร 

อดีตกัปตันทีม ลิเวอร์พูล ที่ค้าแข้งอยู่เพียงแค่ทีมเดียวในสมัยที่เป็นนักเตะ ก้าวขึ้นมารับตำแหน่ง กุนซือในลีกสก็อตต์ เมื่อปี 2018 และใช้เวลา 3 ปี กว่าที่จะโค่นคู่ปรับตัวฉกาจอย่าง เซลติก ยอมรับว่า เรนเจอร์ส เป็นอีกหนึ่งสโมสรที่ก้าวเข้ามาอยู่ในใจเขาแล้ว

"ผมมาจาก ลิเวอร์พูล และมีอาชีพที่ดีในสโมสรนี้ ซึ่งผมรู้สึกภูมิใจอย่างมาก จากนั้น ผมมาที่ สกอตแลนด์ พร้อมกับเปิดตาให้กว้างเพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับสโมสรแห่งนี้ จนรู้ว่าเป็นสโมสรที่มีความคล้ายคลึงกับ ลิเวอร์พูล มาก ผมมีความสุขที่นี่ ต้องเสียสละมากพอสมควรสำหรับครอบครัว แต่ผมต้องการทำอะไรที่มากกว่านั้น และพาสโมสรแห่งนี้ประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น" เทรนเนอร์หนุ่มวัย 40 ปี กล่าว 

สำหรับ เจอร์ราร์ด มีสัญญาอยู่กับ เรนเจอร์ส จนถึงปี 2024 โดยเขาเซ็นสัญญาใหม่ในวันเดียวกับที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ เซ็นสัญญาขยายเวลาในถิ่นแอนฟิบด์ ซึ่งหลายคนมองว่า เขาจะเป็นตัวตายตัวแทนของกุนซือชาวเยอรมันในการคุมทัพหงส์แดงในอนาคต