เอฟซี ปอร์โต้ ยืนยัน เอสตาดิโอ โด ดราเกา จะใช้จัดนัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ซีซั่นนี้ หลังจากสนาม เวมบลีย์ ไม่ได้รับการอนุมัติ เนื่องจาก ยูฟ่า กับ รัฐบาลอังกฤษ ไม่สามารถตกลงเรื่องกฎการกักตัว แขกวีไอพี เจ้าหน้าที่ และทีมถ่ายทอดสด

เอฟซี ปอร์โต้ สโมสรในลีกโปรตุเกส ได้รับการยืนยัน ให้ใช้สนาม เอสตาดิโอ โด ดราเกา เป็นสังเวียนแข้ง ฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก 2020-2021 รอบชิงชนะเลิศ ระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับ เชลซี วันที่ 29 พฤษภาคมนี้ หลังจากรัฐบาลอังกฤษไม่ยอมให้มีการยกเว้นกฎการกักตัว แขกวีไอพี เจ้าหน้าที่ และทีมงานถ่ายทอดสด ราว 2,000 คน 

เกมนัดชิงถ้วยใบใหญ่สุดของยุโรปในฤดูกาลนี้ เดิมทีจะมีขึ้นที่สนาม อตาเติร์ก โอลิมปิก สเตเดี้ยม ในประเทศตุรกี แต่สุดท้ายต้องย้ายสนามเนื่องจาก ดินแดนไก่งวง มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างหนัก ทำให้ถูกรัฐบาลอังกฤษ กำหนดให้เป็นพื้นที่โซนแดง ซึ่งผู้ที่เดินทางไป ต้องถูกกักตัวตอนกลับมาที่อังกฤษเป็นเวลา 10 วัน

ดังนั้น ยูฟ่า จึงได้มีการเจรจากับรัฐบาลอังกฤษ และสมาคมฟุตบอลเมืองผู้ดี หรือ เอฟเอ เมื่อวันจันทร์ที่ 10 กรกฎาคมที่ผ่านมา เกี่ยวกับการย้ายมาแข่งที่สนาม เวมบลีย์ แต่ก็ต้องเจอปัญหา เมื่อรัฐบาลผู้ดีไม่ยอมผ่อนปรนกฎการกักตัวของแขกวีไอพี และทีมถ่ายทอดสด จนทำให้การเจรจาต้องยืดเยื้อ

และ ล่าสุดเลยเส้นตายกำหนดการเจรจา ทำให้ ยูฟ่า ตัดสินใจเปลี่ยนสนามในนัดชิงชนะเลิศมาเป็นที่ เอสตาดิโอ โด ดราเกา เมืองปอร์โต ประเทศโปรตุเกส ซึ่งมีความจุ 50,000 ที่นั่งแทน ซึ่งเวลานี้ โปรตุเกส ได้ปิดสนามกีฬาไม่ให้มีผู้ชม แต่ข้อจำกัดเรื่องการแพร่ระบาดไวรัส โควิด-19 กำลังได้รับการผ่อนปรน เพื่อให้พวกเขารองรับแฟนบอลความจุ 10% สำหรับนัดสุดท้ายในเกมลีกวันพุธหน้า 

ยูฟ่า หวังว่า จะมีแฟนบอลมากกว่า 10,000 คนมาที่สนามของ เอฟซี ปอร์โต หลังจากที่ต้องย้ายรอบชิงชนะเลิศจาก อิสตันบูล มา โปรตุเกส เป็นปีที่สองติดต่อกัน โดยปีที่แล้ว เอสตาดิโอ ดา ลุซ ของ เบนฟิก้า ก็เป็นสังเวียนแข้งนัดชิง​ชนะเลิศฤดูกาล 2019-2020 มาแล้ว