เมสัน เม้านท์ ออกมาเผยถึงสิ่งที่เขาบอกกับติโม แวร์เนอร์ หลังดาวเตะชาวเยอรมันทำประตูเบิกร่องก่อนที่จะเอาชนะเรอัล มาดริด ไปได้ 2-0 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดที่ 2 เมื่อคืนที่ผ่านมา

             เมสัน เม้านท์ มีฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมตั้งแต่ยุคของแฟรงค์ แลมพาร์ด เรื่อยมาจนเปลี่ยนกุนซือมาเป็นโธมัส ทูเคิล ประตูในช่วงท้ายเกมของเขาในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดที่ 2 เมื่อคืนที่ผ่านมา (พุธที่ 5 พฤษภาคม 2564) ทำให้เชลซีการันตีชัยชนะและผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศกับทีมพรีเมียร์ ลีก ด้วยกันเองอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในวันที่ 29 พฤษภาคม 2564 ซึ่งประตูของกองกลางทีมชาติอังกฤษนั้นได้มาจากจังหวะที่เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ตัดบอลได้ ก่อนไหลให้ คริสเตียน พูลิซิช ไปถึงสุดเส้นหลัง แล้วหักเข้ากลางให้เม้านท์ชาร์จบอลแบบจ่อๆ เข้าประตูไป ช่วยให้เชลซี นำห่าง 2-0  

             ทั้งนี้ในส่วนของพูลิซิชนั้นลงมาแทนแวร์เนอร์ในช่วง 20 นาทีสุดท้าย ซึ่งตัวกองหน้าชาวเยอรมันก็เป็นคนทำประตูแรกให้ทีมขึ้นนำจากจังหวะที่ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ทำชิ่งกับ แวร์เนอร์ ก่อนแทงบอลให้ ไค ฮาแวร์ทซ์ หลุดเข้าเขตโทษไปยกบอลด้วยซ้ายข้ามตัว ติโบต์ กูร์กตัวส์ บอลพุ่งชนคาน แต่กลับกลายเป็นดี เมื่อแวร์เนอร์ ตามไปโหม่งซ้ำจากระยะเพียง 2 หลา ส่งบอลเข้าประตูไปอย่างง่ายดายและเชลซี ออกนำ 1-0

             อย่างไรก็ตาม เชลซีน่าจะทำประตูได้มากกว่า 2 ประตูในเกมนี้ ทั้งจากจังหวะในครึ่งหลัง นาทีที่ 47 ที่เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า ครอสบอลจากฝั่งขวาให้ฮาแวร์ทซ์ได้โขก บอลลอยผ่านมือกูร์กตัวส์ไปแล้ว แต่พุ่งชนคานออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย หรือจะเป็นในนาทีที่ 66 ที่แวร์เนอร์พาบอลขึ้นมาก่อนเลือกให้ก็องเต้ หลุดเข้าไปทางซ้ายแต่เจ้าตัวช้าไปยิงไปติดบล็อคนาโช่ แฟร์นันเดซ ที่ตามมาขวางไว้ได้หวุดหวิด หรือจะเป็นตัวเม้านท์ที่พลาดหวุดหวิดก่อนที่เจ้าตัวจะทำประตูได้ ทั้งนี้ดาวเตะวัย 22 ก็ได้ออกมาเผยถึงการพูดคุยหลังเกมที่เขามีกับแวร์เนอร์หลังจากที่กองหน้าเชลซีทำประตูให้ทีมขึ้นนำ 1-0

             “ผมคิดว่าประตูของไคน่าจะเป็นประตูที่ยอดเยี่ยมถ้ามันเข้าไป” เม้านท์กล่าวกับ BT Sport “แต่ก็พลาดไปชนคานซะก่อน ผมพูดกับติโมว่า 'มันคงจะรู้สึกนานเหมือนชั่วนิรันดร์ตอนที่บอลมันตกลงมาและเขาก็โหม่งเข้าไป'"

             นี่เป็นรอบชิงแชมเปี้ยนส์ ลีก ครั้งแรกของเชลซีนับตั้งแต่พวกเขาเอาชนะบาเยิร์น มิวนิค และคว้าแชมป์รายการนี้เมื่อปี 2012

             “ตอนนี้ผมพูดไม่ออกเลยจริงๆ แต่มันเป็นฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมในคืนนี้ มันเป็นเกมที่ยากมากๆ คุณก็รู้ว่าพวกเขาเป็นอย่างไร พวกเขาเดินทางมาและพร้อมที่จะทุ่มเททุกอย่าง ผมคิดว่าเรายอดเยี่ยม เราทำงานหนัก" "เราน่าจะได้ 5 ประตู ผมน่าจะยิงได้ลูกนึงตอนช่วง 20 นาทีก่อนที่จะทำประตูได้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเราชนะในคืนนี้ แต่มันยังไม่จบ ยังเหลืออีก 1 เกม" “เราทุ่มกันสุดตัว เรามีความปรารถนานั้น เราต้องการที่จะชนะ คุณจะเห็นได้ว่าในครึ่งแรกเรามีโอกาสสองสามครั้งที่เราแย่งบอลกลับมาครองได้และสามารถโต้กลับและทำประตูได้ แต่เราปิดเกมพวกเขาไม่ได้" "แต่เราก็ได้โอกาสช่วงท้ายเกมดังนั้นจึงไม่เป็นไรครับ''

             และสำหรับประตูปิดเกมของเขานั้นเจ้าตัวก็เสริมว่า

             “ตอนนั้นมันเป็น 1-0 แต่มันก็ไม่สำคัญเพราะถ้าพวกเขาทำประตูได้ พวกเขาจะกลับมาสู่เกมและเราก็จะต่อเวลาพิเศษ" “การทำประตูนั้นได้ในช่วงท้ายเกม คุณจะเห็นได้จากการฉลอง มันเป็นประตูที่ยิ่งใหญ่สำหรับเราและทำให้เรามีพื้นที่หายใจในช่วงห้านาทีสุดท้าย”

             รอบชิงชนะเลิศในรายการนี้จะเป็นครั้งที่สี่ที่เชลซีต้องเจอกับแมนฯ ซิตี้ ในฤดูกาลนี้ ทีมของเป๊ป กวาร์ดิโอล่าเป็นฝ่ายเอาชนะ 3-1 ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ เมื่อเดือนมกราคม เพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อนที่ทูเคิลจะเข้ามาแทนที่แลมพาร์ด แต่เชลซีแก้แค้นสำเร็จในรอบรองชนะเลิศ เอฟเอ คัพ เมื่อเดือนที่แล้ว โดยฮาคิม ซิเยช ทำประตูเดียวที่เวมบลีย์ และพวกเขาจะเจอกับเลสเตอร์ ซิตี้ ในเอฟเอคัพ รอบชิงชนะเลิศ สองสัปดาห์ก่อนไปชิงแชมเปี้ยนส์ ลีก แต่ทั้งนี้จะมีการซ้อมใหญ่ก่อนนัดชิงเมื่อแมนฯ ซิตี้ จะเปิดบ้านต้อนรับทีมของทูเคิลในศึกพรีเมียร์ ลีก วันเสาร์นี้

             "เราจะเจอกับพวกเขาในวันเสาร์ เราเล่นพวกเขามาแล้วสามครั้งในฤดูกาลนี้ ดังนั้นมันจะเป็นเกมที่น่าทึ่งมาก” เม้านท์กล่าวเสริม "มันก็โอเคนะ ผมยังไม่ได้แชมป์อะไรเลยจนถึงตอนนี้ ก็เลยหวังเป็นอย่างยิ่งเมื่อเราได้เข้ารอบชิงฯ ถ้วยใบใหญ่ 2 ถ้วยและหวังว่าเราจะคว้าแชมป์ได้"

             เดแคลน ไรซ์ กองกลางเวสต์แฮมเป็นหนึ่งในคนแรกๆ ที่แสดงความยินดีกับเม้านท์หลังเกม โดยเจ้าตัวได้แสดงความชื่นชมเพื่อนที่ก้าวขึ้นมาจากอคาเดมี่ของเชลซีด้วยกันและเป็นเพื่อนสนิทตั้งแต่วัยเด็กว่า

             "MM ช่างเป็นการเดินทางที่ยอดเยี่ยมจริงๆ"