ประตูของ ติโม แวร์เนอร์ และ เมสัน เมาท์ เพียงพอที่จะทำให้ เชลซี เข้าสู่รองชิงชนะเลิศ เป็นครั้งที่ 3 ใน ประวัติศาสตร์ สโมสร โดยไปพบกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ ประเทศ ตุรกี ในช่วง ปลายเดือนนี้

ฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2020/21 รอบรองชนะเลิศ นัดที่สอง คืนวันพุธที่ 5 พฤษภาคม 2564 เป็นเกมระหว่าง เจ้าบ้าน "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี เปิดรัง สแตมฟอร์ด บริดจ์ ต้อนรับการมาเยือนของ "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด โดยที่ในเกมแรกเล่นกันที่บ้านของ ราชันชุดขาว เสมอกันมาด้วยสกอร์ 1-1

GOAL! นาทีที่ 28 เจ้าบ้าน เชลซี มาได้ประตูขึ้นนำก่อนจากจังหวะที่ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ จ่ายทะลุช่องให้ ไค ฮาแวร์ตซ์ บรรจงชิพด้วยซ้าย บอลพุ่งไปชนคาน ก็จะลอยมาเข้าหัวของ ติโม แวร์เนอร์ โหม่งเข้าไปอย่างง่ายดาย ขึ้นนำก่อน 1-0 และ จบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

GOAL! นาทีที่ 85 เจ้าบ้าน เชลซี มาได้ประตู ปิดกล่องจากจังหวะที่ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ไปตัดบอลได้กลางสนาม จ่ายออกขวาไปให้ คริสเตียน พูลิซิซ ก่อนที่จะหักกลับเข้าไปในเขตโทษให้กับ เมสัน เมาท์ ชาร์จ จ่อๆ เข้าไป ขึ้นนำ 2-0

ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม จบเกม 90 นาที เชลซี เปิดรังเอาชนะ เรอัล มาดริด ไปด้วยสกอร์ 2-0 รวม 2 นัด จบลงด้วยสกอร์ 3-1 ผ่านเข้าสู่รองชิงชนะเลิศ ไปพบกับ "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่เอาชนะ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง มาก่อนหน้านี้ ที่สนาม อตาเติร์ก โอลิมปิก สเตเดี้ยม ในกรุงอิสตันบลู ประเทศตุรกี คืนวันเสาร์ที่ 29 พฤษภาคม นี้ เวลา 02.00 น. ตามเวลาประเทศไทย 

ผู้เล่นตัวจริง เชลซี (ระบบการเล่น 3-4-3) : เอดูอาร์ เมนดี้ (ผู้รักษาประตู) - อันเดรียส คริสเตนเซ่น, ติอาโก้ ซิลวา, อันโตนิโอ รูดิเกอร์ - เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า , เอ็นโกโล่ ก็องเต้, จอร์จินโญ่, เบน ชิลเวลล์ - เมสัน เมาท์, ไค ฮาแวร์ตซ์, ติโม แวร์เนอร์

ผู้เล่นตัวจริง เรอัล มาดริด (ระบบการเล่น 4-3-3) : ติโบต์ กูร์กตัวส์ (ผู้รักษาประตู) - นาโช่ เฟร์นานเดซ, เอแดร์ มิลิเตา, เซร์คิโอ รามอส, แฟร์กล็องด์ เมนดี้ - ลูก้า โมดริช, คาเซมิโร่, โทนี่ โครส - วินิซิอุส จูเนียร์, คาริม เบนเซม่า, เอเดน อาซาร์