ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ถึงคราวตกที่นั่งลำบากแล้ว หลังเจ้าตัวถูก ยูฟ่า จับได้ว่ามีส่วนเข้าไปเป็นหุ้นส่วนบริษัทรับพนัน ซึ่งถ้าพบว่าผิดจริงอาจทำให้เจ้าตัวถูกแบนยาวนานถึง 3 ปี

แถลงการณ์ของ ยูฟ่า เผยเมื่อช่วงบ่ายของวันจันทร์ที่ 26 เมษายน ที่ผ่านมาระบุว่า กองหน้าชาวสวีเดนอาจจะโดนโทษที่รุนแรงหากพบว่ามีการกระทำผิดกฎของสหพันธ์จริง ซึ่งก่อนหน้านี้มีรายงานจาก อัลฟ์ตอนบลาเดท หนังสือพิมพ์จากสวีเดน ได้เปิดเผยเรื่องที่ศูนย์หน้าวัย 39 ปี ในฐานะเจ้าของบริษัท อันโนน เอบี ได้เข้าถือหุ้นจำนวน 10 เปอร์เซ็นต์ ใน เบทฮาร์ด บริษัทพนันที่จดทะเบียนในประเทศมอลต้า

ล่าสุดทาง ยูฟ่า ก็ได้มีแถลงการณ์ยืนยันการสอบสวนข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวแล้ว โดยแถลงการณ์ดังกล่าวมีใจความว่า "อ้างอิงจากกฎข้อที่ 31 วรรคที่ 4 ของ ยูฟ่า ในเรื่องระเบียบวินัย วันนี้ฝ่ายจริยธรรมและฝ่ายตรวจสอบด้านวินัยของ ยูฟ่า ได้ถูกจัดตั้งขึ้นมาเพื่อสอบสวนกรณีที่อาจจะมีการทำผิดกฎข้อบังคับเรื่องดังกล่าวของ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีความผิดในเรื่องผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับบริษัทรับพนัน รายละเอียดเพิ่มเติมในเรื่องนี้จะมีการแจ้งให้ทราบเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม"

ซึ่งกรณีนักฟุตบอลที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการพนันในช่วงก่อนหน้านี้ก็ได้มีตัวอย่างออกมาให้เห็นแล้ว ยกตัวอย่างเช่น ดาเนี่ยล สเตอริดจ์ อดีตกองหน้าของ ลิเวอร์พูล ที่ได้ไปบอกพี่ชายตัวเองให้ไปพนันการย้ายทีมของตนจนถูกจับได้ และโดนแบนในเวลาต่อมา และอีกรายเป็น คีแรน ทริปเปียร์ ฟูลแบ็กจาก แอตแลติโก มาดริด ที่กระทำในลักษณะเช่นเดียวกันกับ สเตอริดจ์

ยูฟ่า และ ฟีฟ่า ให้ความสำคัญกับเรื่องการมีส่วนร่วมของนักฟุตบอลกับการพนันเป็นอย่างมาก และมีบทลงโทษรุนแรงตั้งแต่การปรับเงินไปถึงการแบนไม่ให้ลงแข่งขัน โดยในกรณีของ ซลาตัน นี้จากรายงานเผยว่ามีโอกาสโดนโทษแบนที่กำหนดไว้สูงสุดถึง 3  ปี และถ้าหากเจ้าตัวถูกแบนจริงจะทำให้กองหน้าชาวสวีดิชผู้นี้พ้นโทษอีกทีตอนอายุ 43 ปีเลยทีเดียว