เหล่าแฟนบอลอุลตร้าของ ชาลเก้ รวมตัวกันรุมปาไข่ใส่สตาฟและนักเตะทีมรักของตน หลังทีมเพิ่งตกชั้นมาหมาดๆ

"ราชันชุดน้ำเงิน" ชาลเก้ ต้องพบกับการร่วงตกชั้นหนแรกในรอบ 33 ปีนับตั้งแต่ปี 1988 หลังแพ้ให้กับ อามีเนีย บีเลเฟลด์ 1-0 ในคืนวันอังคารที่ 21 เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งหลังจบเกมการแข่งขัน ทัพนักเตะได้เดินทางกลับไปที่สนามเฟลตินส์ อารีน่า ของ ชาลเก้ ในช่วงคืนที่ผ่านมา แต่แล้วพวกเขาก็ต้องพบกับแฟนบอลประมาณ 600 คนที่ดักรอเผชิญหน้าอยู่บริเวณรอบๆ สนาม

ก่อนจะเกิดเหตุการณ์จลาจลเมื่อเหล่าแฟนบอลอุลตร้ากลุ่มดังกล่าวจะพร้อมใจกันปาไข่ใส่นักเตะและสตาฟโค้ชของ ชาลเก้ จนวงแตกกระเจิง แถมยังมีการวิ่งไล่นักเตะที่เผลอแตกแถวอย่างบ้าคลั่งจนขวัญเสียเพื่อไปใช้ความรุนแรงอีกด้วย จนทำให้ทางสโมสรต้องโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อมาระงับเหตุวุ่นวายดังกล่าว

ตำรวจเมืองเกลเซนเคียร์เชิน ยังเปิดเผยอีกว่าแฟนบอลยังได้จุดพลุอย่างโหมกระหน่ำบริเวณรอบสนาม หลังจากจบเกมที่ทีมรักของพวกเขาตกชั้น จากแถลงการณ์ของตำรวจได้ระบุว่า "พอทีมเดินทางมาถึงและก้าวลงจากรถบัส ก็มีการประท้วงอย่างหนักเกิดขึ้น มีการปาไข่ใส่นักเตะและยังถูกด่าทอด้วย" 

หลังจากนั้นสโมสรได้ออกมา ทวิตข้อความผ่านทวิตเตอร์เพื่อประณามการกระทำของเหล่าแฟนบอลสายพันธุ์อุลตร้ากลุ่มดังกล่าว ว่า

"ในขณะเราเข้าใจได้ถึงความโมโหและไม่พอใจต่อการตกชั้น แต่สโมสรไม่เคยยอมรับเมื่อร่างกายของนักเตะและสตาฟฟ์เสี่ยงต่อการโดนทำร้าย" 

"สโมสรขอประณามพฤติกรรมในครั้งนี้ และจะยืนเคียงข้างสตาฟของเรา การสอบสวนเหตุการณ์นี้กำลังดำเนินการอยู่ สโมสร ชาลเก้04 จะไม่ให้ความเห็นเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้ จนกว่าทุกอย่างจะคลี่คลาย"

"ราชันชุดน้ำเงิน" ชาลเก้04 ทีมยักษ์ใหญ่แห่งศึก บุนเดสลีกา จำต้องตกชั้นสู่ บุนเดสลีกา2 เซ่นผลสุดห่วยชนิดสุนัขไม่รับประทานรั้งบ๊วยมี 13 คะแนนจากการแข่ง 30 เกมโดยแบ่งเป็นเสมอแบบลุ้นระทึก 7 เกม ชนะแบบดุเดือดเลือดพล่าน 2 เกม และแพ้อย่างบันเทิงเริงรมย์ถึง 21 เกมซึ่งตรงกันข้ามกับจ่าฝูง บาเยิร์น มิวนิค ที่ชนะ 22 เกม ยังไม่รวมไปถึงที่พวกเขาโดนเปิดแผลตาข่ายถึง 76 ลูกและยิงได้แค่ 18 ประตู