ฮันส์-ดีเทอร์ ฟลิก กุนซือหน้านิ่งแห่งทัพ "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค ประกาศอำลาทีมหลังจบฤดูกาลเป็นที่แน่นอนแล้ว

ช่วงที่ผ่านมาได้มีกระแสข่าวถึงการแยกทางของ ฟลิค กับ บาเยิร์น มิวนิค อยู่เป็นระยะๆ แต่ล่าสุดเจ้าตัวได้ออกมาเผยผ่านสื่อหลังจบการแข่งขัน บุนเดสลีกา เยอรมัน ในเกมล่าสุดที่บุกไปชนะ โวล์ฟส์บวร์ก 3-2 เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา (17 เมษายน 64) โดยเจ้าตัวได้กล่าวสั้นๆ แต่ได้ใจความว่า "ผมได้บอกกับลูกทีมในวันนี้แล้วว่าได้แจ้งกับสโมสรตั้งแต่หลังจบเกมที่บุกไปชนะ ปารีส ว่าจะยกเลิกสัญญาหลังสิ้นสุดฤดูกาล" 

สาเหตุการแยกทางในครั้งนี้ คริสเตียน ฟอล์ค ผู้สื่อข่าวคนดังของ สปอร์ตบิลด์ ได้ออกมาเผยว่า ฟลิค มีปัญหากับบอร์ดบริหารโดยเชื่อว่า ทางบอร์ดเองต้องการเลื่อยขาเก้าอี้ ฟลิค ทางอ้อมด้วยการแต่งตั้ง ฮาซาน ซาลิฮามิดซิซ วัย 44 ปีอดีตฟูลแบ็กชื่อดังของ "เสือใต้" ช่วงปี 1998-2007 มาเป็นผู้อำนวยการกีฬาสโมสรคนใหม่ล่าสุด โดยบอร์ดบริหารไม่ทำตามข้อเรียกร้องใดๆ ของ ฟลิค เพื่อรอวันให้เขาลาออกแล้วแต่งตั้ง ซาลิฮามิดซิซ มาเป็นกุนซือควบตำแหน่งผู้อำนวยการกีฬาในอนาคต

นอกจากนี้ คริสเตียน ฟอล์ค ยังได้เผยอีกว่า ฟลิค ต้องการต่อสัญญา เฌโรม บัวเต็ง กับ ดาวิด อลาบา แต่ ซาลิฮามิดซิซ สั่งบอร์ดว่าห้ามต่อ ส่วนนักเตะที่ ฟลิค อยากได้ อย่าง ติโม แวร์เนอร์ และ ไค ฮาแวร์ทซ์ ซาลิฮามิดซิซ ก็แย้งบอร์ดว่าอย่าซื้อ ทำให้ ฟลิค กับ ซาลิฮามิดซิซ เกิดปะทะคารมกันบ่อยครั้ง จนเป็นทางฝ่าย ฟลิค ที่ยอมเดินออกมา และมีแววว่า ซาลิฮามิดซิซ จะก้าวขึ้นมาเป็นผู้มีอำนาจในสโมสรในอีกไม่ช้า  

ล่าสุดจากการรายงานของ ฟาบริซิโอ โรมาโน่ นักข่าวกีฬาอันดับหนึ่งของโลกชาวอิตาลี ได้ออกมายืนยันข่าวนี้ด้วย โดยได้ระบุว่า ยูเลี่ยน นาเกิลส์มันน์ คือตัวเต็งกุนซือใหม่ทีม แม้การเจรจากับ แอร์เบ ไลป์ซิก ไม่ถือเป็นเรื่องง่าย ส่วนอีกรายไม่ใช่ใครที่ไหนไกล คือ ฮาซาน ซาลิฮามิดซิซ ที่กล่าวมาข้างต้น

สำหรับ ฮันซี่ ฟลิค กุนซือมาดเข้มวัย 56 ปีผู้ซึ่งทำสถิติชนะกับ บาเยิร์น มิวนิค ไว้อย่างเหี้ยมโหดถึง 82% นับตั้งแต่เข้ามาเป็นกุนซือต่อจาก นิโก้ โควัช เมื่อเดือน ธันวาคม ปี 2019 โดยอดีตมือขวา โยอาคิม เลิฟ พา "เสือใต้" กวาดทริปเปิ้ลแชมป์ทันทีที่เข้ามารับงานปีแรก ซึ่งหลังจากข่าวการประกาศแยกทางของ ฟลิค กับ บาเยิร์น แยกทางได้แพร่กระจายออกไป ทำให้เขากลายเป็นตัวเต็งที่จะเข้าไปรับไม้ต่ออดีตเจ้านายอย่าง เลิฟ ที่ทีมชาติเยอรมัน หลังจบทัวร์นามเมนต์ ยูโร 2020 ในซัมเมอร์นี้