ทำเอาสาวกหงส์แดงควันออกหูกันยกใหญ่หลังเห็นการตัดสินใจทำอะไรบางอย่างของผู้เล่นคนนึงระหว่างเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ลิเวอร์พูลเปิดรังเสมอกับเรอัล มาดริด เมื่อคืนที่ผ่านมา

              ลิเวอร์พูล ยุติเส้นทางแชมเปี้ยนส์ลีก ไว้แค่รอบ 8 ทีมสุดท้าย หลังเกมนัดที่สองที่แอนฟิลด์ทำได้แค่เสมอกับ เรอัล มาดริด แบบไร้สกอร์ 0-0 ทั้งนี้ 'หงส์แดง' ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมมากๆ ในเกมนี้ เมื่อพวกเขาเปิดฉากบุกตั้งแต่ต้นเกมและมีโอกาสที่จะได้ประตูจาก โมฮัมเหม็ด ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน่, จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม, ดิโอโก้ โชต้า, โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ แต่น่าเสียดายไม่สามารถเปลี่ยนโอกาสเหล่านั้นเป็นประตูได้ ทำให้รวมสองนัด 'ราชันชุดขาว' ผ่านเข้าไปเล่นในรอบรองชนะเลิศด้วยประตูรวม 3-1

              ฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ นัดสอง เมื่อคืนที่ผ่านมานั้น (พุธที่ 14 เมษายน 2564) เป็นการแข่งขันกันที่สนามแอนฟิลด์ และในนาทีที่ 88 ของการแข่งขัน มีนักเตะคนนึงที่เคยเป็นขวัญใจของแฟนๆ เหล่าเดอะ ค็อป ทำให้สาวกที่เฝ้าดูอยู่ทางบ้านขัดเคืองใจเป็นอย่างมากกับการตัดสินใจบางอย่างของเขาและนักเตะคนนั้นก็คือไวจ์นัลดุม

              จังหวะดังกล่าวนั้นเป็นตอนที่หงส์แดงได้บอลในพื้นที่สุดท้ายหน้าปากประตู และทัพลอส บลังกอส ของซีเนดีน ซีดาน ลงมาตั้งรับลึก ทำให้เห็นผู้เล่นคนหนึ่งของเจอร์เก้น คล็อปป์ อย่างเด่นชัด นักเตะคนนั้นก็คือไวจ์นัลดุม เขาทำให้ฟูลแบ็คอย่างแอนดี้ โรเบิร์ตสัน หรือเพลย์เมกเกอร์อย่างติอาโก้ อัลกันตาร่า ไม่มีตัวเลือกในการเคลื่อนบอลไปด้านข้างได้เพราะแข้งดัตช์แมนรายนี้มัวแต่คุกเข่าลงผูกเชือกรองเท้านั่นเอง

              ลิเวอร์พูลแพ้มา 3-1 ในนัดแรกและต้องการ 2 ประตูในช่วงท้ายเกมเพื่อกระตุ้นการคัมแบ็ค แต่คืนที่ผ่านมาไม่ใช่ค่ำคืนของหงส์แดง และแฟนบอลบางส่วนก็ไม่พอใจเป็นพิเศษกับจังหวะดังกล่าวจากผู้เล่นคนนี้ที่กลายเป็นจุดสนใจของการวิพากษ์วิจารณ์ที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าเศร้ามากเมื่อเขาเคยได้รับความชื่นชอบจากแฟนๆ เป็นจำนวนมากในฤดูกาลก่อนหน้านี้

              มีอยู่คนหนึ่งที่เข้าไปเขียนว่าดาวเตะชาวดัตช์ซึ่งสัญญาจะหมดลงในช่วงซัมเมอร์นี้และไม่มีข้อบ่งชี้ถึงการต่อสัญญานั้นไม่มีความเป็นกัปตันทีมแต่อย่างใดเลย ในขณะที่อีกคนก็บอกประมาณว่าไม่ต้องการเห็นเขาสวมปลอกแขนกัปตันทีมอีกต่อไป และนี่ปฏิกิริยาบางส่วนของแฟนๆ ลิเวอร์พูลที่มีต่อแข้งวัย 30 รายนี้

              "เขาไม่มีความเป็นผู้นำและแน่นอนไม่ใช่กัปตัน ถ้าเป็นเฮนโด้หรือมิลเนอร์เขาคงจะไม่แคร์กับการเล่นโดยที่รองเท้าข้างนึงไม่ได้ผูกเชือก"

              "ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมคล็อปป์ถึงไว้วางใจเขามากมายนักและให้เป็นกัปตันทีมด้วย เขากำลังจะย้ายออกไปภายในเวลาไม่เกิน 1 เดือนเพราะเงิน และเมื่อไหร่ก็ตามที่เขาได้บอล เขาจะทำให้เกมช้าลงและส่งบอลคืน ... ฉันหวังว่าเขาจะไม่เซ็นสัญญาตอนนี้ที่บาร์ซ่าไม่ต้องการเขา" 

              "ชายคนนี้มีบาร์เซโลน่าอยู่ในหัวเรียบร้อยแล้ว"

              "ไวจ์นัลดุมผูกเชือกของเขาในพื้นที่สุดท้ายหน้าปากประตูของการบุก นี่ทำให้สรุปความเป็นเขาได้อย่างสมบูรณ์แบบ"
              "จีนี่ ไวจ์นัลดุม ผูกเชือกรองเท้าในนาทีที่ 88 ของรอบก่อนรองชนะเลิศตอนที่ตามหลังอยู่ 2 ประตู ฉันไม่ต้องการเห็นเขาสวมปลอกแขนกัปตันอีกเลย"

              "การที่ไวจ์นัลดุมผูกเชือกรองเท้าตรงกรอบเขตโทษในช่วงนาทีที่ 90 ของเกมบุกนั้นทำให้สรุปความเป็นเขาในฤดูกาลนี้ได้เป็นอย่างดี ยิ่งเขาย้ายออกจากสโมสรเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดี แต่เขาจะทวีตว่า 'เราจะลุยกันอีกครั้งในสัปดาห์หน้า' หลังจบเกมและคล็อปป์จะให้เขาออกสตาร์ทอีกครั้งทุกทีเลย"

              "ตัวอย่างที่สำคัญของความแตกต่างเวลาไม่มีแฟนบอล ในนาทีที่ 89 ไวจ์นัลดุมหยุดผูกเชือกของเขาเมื่อเราอยู่ในพื้นที่สุดท้ายหน้าปากประตูในขณะที่ยังต้องไล่ล่า 2 ประตูในแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ"

              "ไวจ์นัลดุมผูกเชือรองเท้าของเขาตอนที่เขาเป็นผู้เล่นเพียงคนเดียวที่สามารถส่งบอลให้ได้ จากนั้นก็ผูกเชือกของเขาต่อไป .. ไม่มีตัวตนอยู่ในสนามมานานแล้ว"