โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือสายยิ้มเปิดเผยว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้เปลี่ยนสีแบนเนอร์คลุมที่นั่งบนอัฒจันทร์ หลังนักเตะบ่นสังเกตหาเพื่อนไม่เจอเพราะสีเสื้อกลืนไปกับพื้นหลังสีแดง

กุนซือชาวนอร์เวย์เปิดเผยว่านักเตะ "ปีศาจแดง" ต้องการให้เปลี่ยนป้ายแบนเนอร์บนอัฒจันทร์ที่เป็นสีแดง เนื่องจากพื้นสีได้กลืนไปกับสีเสื้อเหย้าทำให้นักเตะสับสนว่าใช่เพื่อนร่วมทีมหรือไม่ บางคนได้บ่นว่ามองหาเพื่อนร่วมทีมไม่เจอ ซึ่งล่าสุดสโมสรได้ออกมาเปลี่ยนสีป้ายคลุมอัฒจันทร์เรียบร้อยแล้ว ก่อนเกมที่จะพบกับ กรานาดา ในคืนวันพฤหัสบดีที่ 15 เมษายนที่จะถึงนี้

"คุณจะได้เห็นว่ามีอะไรเปลี่ยนไป จะได้เห็นว่าพวกแบนเนอร์รอบสนามไม่ใช่สีแดงอีกต่อไป เราจัดการเรื่องนี้เรียบร้อยแล้ว" "มันฟังดูไม่น่าเป็นเหตุผลหรอกนะ แต่นักเตะบางคนบอกว่าบางจังหวะที่ต้องตัดสินใจอย่างเฉียบพลัน ตอนเหล่มองว่าเพื่อนร่วมทีมยืนอยู่ตรงนั้นรึเปล่า แล้วก็เห็นทุกอย่างเป็นสีแดงกลืนกันไปหมดกับป้ายแบนเนอร์สีแดง พอหันมามองข้างสนามก็เจอเก้าอี้ม้านั่งสำรองสีแดงอีก" โซลชา กล่าว

โดยเมื่อวันที่ 2 เมษายนที่ผ่านมา แมนยูฯ ได้ประกาศเรื่องแคมเปญ "See Red" เพื่อรณรงค์การต่อต้านการเหยียดผิว โดยได้มีการเปลี่ยนป้ายผ้ารอบสนามจากสีแดงเป็นสีดำ โดยหลังจากที่มีการเปลี่ยนสีของฉากหลัง "ปีศาจแดง" ก็เพิ่งได้เล่นใน โอลด์ แทรฟฟอร์ด แค่ครั้งเดียวในเกม พรีเมียร์ ลีก ที่เปิดบ้านชนะ ไบรท์ตัน 2-1 เมื่อวันที่ 4 เมษายนที่่ผ่านมา

ซึ่งกรณีการสับสนสีของสิ่งแวดล้อมบริเวณสนามกับเพื่อนร่วมทีมมักสร้างปัญหาให้กับนักฟุตบอลอยู่เป็นประจำ โดยกรณีที่โด่งดังที่สุด 2 ครั้งนั้น ครั้งแรกเกิดขึ้นในศึก บุนเดสลีกา ในปี 2016 เมื่อ ติอาโก้ อัลกันตาร่า สมัยค้าแข้งกับ บาเยิร์น มิวนิค เคยพลาดส่งบอลให้กับป้ายโฆษณาข้างสนามที่เป็นภาพซานตาคลอสที่กำลังวิ่งอยู่ และอีกครั้งใน พรีเมียร์ ลีก ปี 2017 เมื่อ เรนาโต้ ซานเชส ของ สวอนซี ที่อยู่ดีๆ ก็ส่งบอลเข้าโลโก้ คาราบาวแดง เพราะนึกว่าเป็นเพื่อนร่วมทีม