กองหน้าร่างยักษ์ทีมชาติเบลเยี่ยม ได้ออกมากล่าวว่าตั้งแต่ได้ย้ายมาร่วมทัพ อินเตอร์ มิลาน ก็มีเวลาพักผ่อนมากขึ้น แถมสามารถปรับปรุงพฤติกรรมการกินจนหุ่นดีกว่าสมัยค้าแข้งอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด

โรเมลู ลูกากู หัวหอก อินเตอร์ มิลาน ได้ออกมาเผยกับ เดลี่ สตาร์ สื่อดังเมืองผู้ดีว่า เขามีความสุขกับการเล่นฟุตบอลมากกว่าเดิม นับตั้งแต่ย้ายออกจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อ 2 ปีที่แล้ว แถมยังได้มีเวลาพักผ่อนมากกว่าเดิม รวมทั้งเจ้าตัวยังได้เผยถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริโภคของตนอีกด้วย

อดีตศูนย์หน้า เอฟเวอร์ตัน ย้ายมาร่วมทัพ "งูใหญ่" เมื่อซัมเมอร์ปี 2019 ด้วยค่าตัว 75 ล้านปอนด์ ภายใต้การทำทีมของ อันโตนิโอ คอนเต้ กุนซือคู่บารมีส่งผลให้เจ้าตัวฟอร์มระเบิดยิงกระจุยไปถึง 59 ประตูจากการลงสนามไป 85 นัด ซึ่งเบื้องหลังการโชว์ฟอร์มชนิดระเบิดภูเขาเผากระท่อมของเจ้าตัวนั้น ลูกากู ได้ให้สัมภาษณ์ว่าเกิดจากการได้พบกับนักโภชนาการของ อินเตอร์ มิลาน นามว่า มัตเตโอ ปินเซลล่า ผู้ที่ทำให้เขาเปลี่ยนจากตู้เย็นเป็นตู้คอนเทนเนอร์ยักษ์สุดโหด

ลูกากู กล่าวกับ เดลี่ สตาร์ ว่า "ตั้งแต่ผมรู้จักกับ มัตเตโอ เขาก็คอยปรับปรุงพฤติกรรมการกินของผม จากแต่ก่อนที่ผมชอบกินพิซซ่าหน้าสัปปะรดเป็นประจำ ผมก็เพลาลงได้ และที่ผมอยากจะบอกเขาเลยคือตอนนี้ผมน้ำหนักลงมา 16 ปอนด์ (7.2 กิโลกรัม)"

"ตอนนี้ผมทานอาหาร 6 มื้อต่อวันและเน้นไปที่สลัดกับเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ส่วนพิซซ่ากับพาสต้าน่ะเหรอ ลืมมันไปได้เลย ตอนที่ผมย้ายมา อินเตอร์ ช่วงแรกนักโภชนาการได้วิเคราะห์ร่างกายของผมและเข้ามาเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริโภคที่แย่ๆ จนตอนนี้ร่างกายของผมได้พัฒนาไปอีกขั้นนึงแล้ว ผมทานสลัดกับปลาซึ่งมันส่งผลดีกับร่างกายผมเยอะมาก และผมยังได้กินวิตามินเสริมพร้อมกับคานีทีนอีกด้วย" 

"ผมขอยกตัวตัวอย่างมื้อกลางวันเริ่มจากสลัดผัก อกไก่จำนวนมาก ตามมาด้วยบะหมี่ชิราทากิ ปิดท้ายที่มันหวานกับข้าวกล้อง การที่ผมได้รับประทานอาหารที่มีประโยชน์มันทำให้ตอนอยู่ในสนามผมตอบสนองได้เร็วขึ้น นอกจากนี้มันยังทำให้ผมสามารถนอนหลับได้สนิททำให้ผมมีเวลาพักผ่อนมากกว่าเดิม ทั้งหมดนี้มันช่วยให้ผมยกระดับตัวเองทั้งร่างกาย และจิตใจไปอีกระดับหนึ่ง" ลูกากู กล่าวปิดท้าย