คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซุป'ตาร์ 5 บัลลงดอร์ของทีมชาติโปรตุเกส ออกมาเปิดใจแล้วหลังก่อเหตุเขวี้ยงปลอกแขนกัปตันทีมทิ้งด้วยความโมโหแล้วเดินออกจากสนามก่อนหมดเวลา ในศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกเมื่อคืนที่ผ่านมา

             คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ออกมาเผยความรู้สึกหลังเดินออกสนามไปด้วยอารมณ์ที่ฉุนเฉียวก่อนผู้ตัดสินเป่านกหวีดหมดเวลาการแข่งขันหลังจากที่ประตูที่น่าจะได้ของเขาโดนปฏิเสธในศึกฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก ที่โปรตุเกสเสมอกับเซอร์เบีย 2-2 เมื่อคืนที่ผ่านมา (เสาร์ที่ 27 มีนาคม 2564)

             ศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนยุโรป กลุ่ม A เซอร์เบีย เปิดสนามสตาดิโอน ไรจ์โก มิติช เมืองเบลเกรด รับการมาเยือนของโปรตุเกส ที่ส่ง โรนัลโด้ ยืนหน้าเป้า ประสานงาดิโอโก้ โชตา และ แบร์นาร์โด ซิลวา เกมนี้ทีมเยือนขึ้นนำก่อน 2-0 ในครึ่งแรก จากโชต้า กองหน้าของลิเวอร์พูลทั้ง 2 ประตู แต่เริ่มครึ่งหลังมา เซอร์เบียก็ตามทวงคืนได้ 2 ประตูรวดเช่นกันจากอเล็กซานดาร์ มิโตรวิช และฟิลิป คอสติช แต่ในช่วงทดเจ็บนาทีที่ 90+2 นิโกล่า มิเลนโควิช ทำฟาล์วแรงเสียบใส่ ดานิโล่ กรรมการชูใบแดงไล่ออกจากสนาม 

             อย่างไรก็ตาม ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ (90+3) มีดราม่าเกิดขึ้น เมื่อ แชมป์ยูโร 2016 ชวดได้ประตูชัยจากจังหวะที่ นูโน่ เมนเดส ตัวสำรองสาดยาวข้ามฟาก โรนัลโด้ แปสวน มาร์โก ดมิโตรวิช นายทวารเซอร์เบีย ซึ่งลูกบอลกำลังค่อยๆ ไหลเข้าประตู แต่ สเตฟาน มิโตรวิช วิ่งตามไปสกัดบอลออกมาจากประตูได้สำเร็จ แต่โรนัลโด้ยกมือดีใจไปแล้ว ซึ่งเกมนี้ที่สนามเร้ดสตาร์นั้นไม่มีทั้ง VAR หรือโกลไลน์เทคโนโลยีใช้ดูว่าบอลข้ามหรือไม่ข้ามเส้นประตู และจุดนี้เชิ้ตดำเป่าไม่ให้ประตูแก่ทีมเยือน แต่กระนั้นเมื่อดูจากทั้งภาพช้าและภาพถ่ายชี้ให้เห็นว่า ลูกบอลวิ่งผ่านเส้นประตูเข้าไปแล้วทั้งลูก

 

 

 

 


             แน่นอนว่าโรนัลโด้ไม่ยอมรับ เขาเข้าไปประท้วงไลน์แมนด้วยความโมโหจากนั้นก็ไปหาเจ้าหน้าที่ข้างสนามเพื่อขอให้ลูกยิงดังกล่าวเป็นประตูจนเจ้าตัวได้รับใบเหลือง ซึ่งจากเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ โรนัลโด้ หัวเสียสุดๆ ถึงขั้นปาปลอกแขนกัปตันทีมลงพื้นเลยทีเดียว จากนั้นก็เดินพุ่งออกจากสนามด้วยความโมโหก่อนที่ผู้ตัดสินจะเป่านกหวีดหมดเวลาด้วยซ้ำ จบเกม โปรตุเกส บุกเสมอ เซอร์เบีย 2-2 แบ่งคะแนนกันไป และหลังเกมซีอาร์เซเว่นได้เข้าไปเขียนไว้ทางอินสตาแกรมว่า

             "การเป็นกัปตันทีมชาติโปรตุเกสถือเป็นเกียรติประวัติและสิทธิพิเศษที่ยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตของผม" “ผมยอมและจะมอบทุกสิ่งเพื่อประเทศของผมเสมอมาซึ่งจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง" "แต่มีช่วงเวลาที่ยากลำบากที่ต้องรับมือโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเรารู้สึกว่าทั้งประเทศกำลังได้รับอันตราย จงเตรียมพร้อมและเผชิญหน้ากับความท้าทายต่อไป! โปรตุเกสสู้ๆ!"