หัวหอกเบอร์ 1 ทีมชาติไทย เปิดเผยถึงสภาพร่างกายและความรู้สึก ก่อนมีโปรแกรมบุกเยือนถิ่น "กิเลนผยอง" อดีตต้นสังกัดเก่าในเกมนัดสุดท้ายไทยลีก 2020

ธีรศิลป์ แดงดา กองหน้าของทีม "เดอะ แรบบิท" บีจี ปทุม ยูไนเต็ด เปิดใจก่อนพาทีมบุกไปเยือนอดีตต้นสังกัดเก่าอย่าง "กิเลนผยอง" เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ในศึกโตโยต้า ไทยลีก 2020 นัดสุดท้ายของฤดูกาล วันอาทิตย์ที่ 28 มี.ค.64 เวลา 18.00 น. 

โดยทาง ธีรศิลป์ แดงดา ได้เปิดเผยว่า "สภาพร่างกายตอนนี้ดีขึ้นเยอะแล้ว สามารถลงฝึกซ้อมกับเพื่อนร่วมทีมได้เกือบ 100% ซึ่งตอนนี้ก็พยายามเตรียมร่างกายให้สมบูรณ์มากที่สุด เพื่อจะได้มีโอกาสลงช่วยทีมในเกมนัดสุดท้ายของฤดูกาล"

"การไปเยือนครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกของผม ที่อยู่คนละสีเสื้อและกลับไปเล่นที่สนามเอสซีจี สเตเดี้ยม เพราะจริงๆ การยืมตัวทั้ง 2 ครั้งของผม ก็ได้กลับไปเล่นเจอกับเมืองทองเหมือนกัน แต่ความรู้สึกครั้งนี้คงจะแตกต่างออกไป มันคงเป็นความรู้สึกแปลกๆ สำหรับผม แต่มันก็เป็นวิถีของฟุตบอล ก็จะพยายามปรับตัวและทำผลงานให้เต็มที่ ถ้าได้รับโอกาสให้ลงเล่น"

"ผมคิดว่าตอนนี้นักเตะทุกคนในทีมพร้อมที่จะลงเล่น หลายนัดที่ผ่านมาทุกคนก็อยากลงไปเล่น อยากมีส่วนร่วมกับทีม ผมเชื่อว่าทุกคนพร้อมสำหรับเกมนี้ ส่วนเป้าหมายและภารกิจไร้พ่าย แน่นอนว่าทุกคนก็คิดถึงมันอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าสิ่งแรกที่ทุกคนจะลงไปทำหน้าที่ในสนามคือเล่นให้เต็มที่ แล้วก็หวังว่าจะมีผลลัพธ์ที่ดีตามมา"

"เกมสุดท้ายก็ฝากถึงแฟนบอลบีจีทุกคน ให้กำลังใจพวกเราด้วย มีหลายอย่างที่พวกเราสามารถทำได้ ไม่ว่าจะเป็นสถิติไร้พ่าย หรือว่าการไปเยือนซึ่งน่าจะเป็นเกมที่สนุก และเป็นนัดสุดท้ายของฤดูกาลแล้ว ฝากแฟนบอลทุกคนให้กำลังใจด้วยครับ" "เจ้ามุ้ย" กล่าวปิดท้าย 

ทั้งนี้  ธีรศิลป์ แดงดา ถือเป็นตำนานของทัพ "กิเลนผยอง" เมื่ออยู่ค้าแข้งกับทีมนานถึง 12 ปี ลงสนามไป 362 นัดทุกรายการ ยิงไป 166 ประตู  ครองสถิติเป็นดาวยิงสูงสุดตลอดกาลสโมสร และเคยคว้าแชมป์โตโยต้า ไทยลีก ร่วมกับทีม 4 สมัย ในปี 2009 , 2010 , 2012 และปี 2016 โดยเฉพาะกับปี 2012 ช่วยให้ทีมคว้าแชมป์แบบไร้พ่าย แถมยังคว้าตำแหน่งดาวซัลโวมาครองได้อีกด้วย

สำหรับ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด จะบุกไปเยือน เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ในวันที่ 28 มี.ค.64 ที่สนามเอสซีจี สเตเดี้ยม เวลา 18.00 น. ถ่ายทอดสดทาง NBT 2HD และ AIS Play ซึ่งหากเกมนัดนี้ "เดอะ แรบบิท" ไม่แพ้ จะทำให้พวกเขาเป็นแชมป์ไร้พ่าย ทีมที่ 3 ในประวัติศาสตร์ฟุตบอลไทย