เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ออกมาประกาศอย่างเป็นทางการ ถึงการแยกทางกับ คริส ไวลเดอร์ เป็นที่เรียบร้อย หลังจากมีข่าวออกมาก่อนหน้านี้ตามสื่อต่างๆ สิ้นสุดการคุมทัพ 5 ปีในถิ่น บรามอล เลน

เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด สโมสรใน พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ออกประกาศอย่างเป็นทางการว่า ได้แยกทางกับ คริส ไวลเดอร์ เป็นที่เรียบร้อย หลังจากพาทีม "ดาบคู่" ทำผลงานย่ำแย่ รั้งอันดับสุดท้ายของตารางคะแนน พรีเมียร์ ลีก มานานตั้งแต่ออกสตาร์ตฤดูกาล 2020-2021 ทำให้มีโอกาสสูงที่จะหล่นชั้นไปเล่นใน เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ซีซั่นหน้า

ก่อนหน้านี้ สื่อหลายสำนักในอังกฤษ ได้รายงานการลาออกของกุนซือชาวผู้ดี หลังจากมีการประชุมบอร์ดบริหารของทีม เกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (12 มี.ค.) โดยมีเจ้าของสโมสรจากซาอุดิอาระเบีย อับดุลลาห์ บิน มูซาอัด บิน อับดูลาซิซ อัล ซาอุด เป็นประธาน แต่ยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการของสโมสร หลังจากนั้น ผ่านพ้นไป 1 วัน ก็ได้มีการยืนยัน การสิ้นสุดการทำงานหลังคุมทัพมา 5 ปีแล้ว

แถลงการณ์จากสโมสร เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ระบุว่า กุนซือวัย 53 ปี อำลาทีมด้วยความยินยอมร่วมกัน หลังจากการหารือระหว่างฝ่ายบริหาร และตัวของ ไวลเดอร์ เอง "เรามั่นใจว่าแฟน ๆ ของทีมทั่วโลก จะมาร่วมขอบคุณ คริส สำหรับการทำงานหนัก ความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนสโมสรของเขา เวลานี้สโมสรจะพยายามมีสมาธิในการทำผลงานในฤดูกาลนี้ให้ดี และเตรียมความพร้อมหากต้องลงไปเล่นในแชมเปี้ยนชิพ เรายืนยันที่จะรักษาผู้เล่นแกนหลักของทีมเอาไว้เพื่อให้กลับมาอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุดในอนาคต" 

ด้าน ไวลเดอร์ ออกมากล่าวขอบคุณกับโอกาสที่ได้รับ และทุกคนที่มีส่วนร่วมในความสำเร็จที่ผ่านมา "การเป็นผู้จัดการทีม เชฟฟิลด์ยูไนเต็ด ถือเป็นการเดินทางที่พิเศษและผมจะไม่มีวันลืม ผมรู้สึกยินดีที่ได้รับโอกาสในปี 2016 และความสำเร็จที่ทำได้ ซึ่งรวมถึงการเลื่อนชั้น 2 หนและจบอันดับในพรีเมียร์ ลีก ได้ดีที่สุด ผมต้องขอบคุณทุกคนที่มีส่วนช่วยในความสำเร็จของสโมสรตลอดช่วงที่ผ่านมา รวมถึงนักเตะ, สตาฟฟ์ และโดยเฉพาะแฟนๆทุกคน" 

สำหรับ ไวล์เดอร์ เข้ามาคุมทีม เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ตั้งแต่ปี 2016 สมัยอยู่ใน ลีก วัน โดยพาทีมเลื่อนชั้น 2 หนใน 3 ปี และขึ้นมาเล่น พรีเมียร์ ลีก หลังได้อันดับ 2 แชมเปี้ยนชิพ เมื่อฤดูกาล 2018-2019 ก่อนได้ถึงอันดับ 9 ในลีกสูงสุดเมื่อซีซั่นที่แล้ว พร้อมคว้ารางวัลรองชนะเลิศผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมฤดูกาล 2019-2020 จากสมาคมผู้จัดการทีมฟุตบอลลีกอังกฤษ ทว่าในฤดูกาลนี้ผลงานกลับย่ำแย่ รั้งอันดับสุดท้ายของตาราง มีเพียง 14 คะแนน จาก 28 นัด