โธมัส ทูเคิล ผู้จัดการทีมเชลซี ออกมาเผยถึงความแตกต่างที่สำคัญระหว่างเขากับเจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล ก่อนที่ทั้งสองคนจะนำทีมเจอกันในศึกพรีเมียร์ ลีก คืนนี้

          โธมัส ทูเคิล ยอมรับว่าเขาจะไม่มีวันแข่งขันกับเจอร์เก้น คล็อปป์ ที่เป็นคนเยอรมันเหมือนกันในเรื่องความตลกได้ แต่กุนซือเชลซีที่เป็นคนพูดตรงๆ รายนี้จริงจังมากๆ ตอนเผยว่า สโมสรของเขาจะท้าทายลิเวอร์พูลและแมนเชสเตอร์ ซิตี้ สำหรับตำแหน่งแชมป์ในฤดูกาลหน้า

          ทูเคิลยังไม่แพ้ใครในการคุมสโมสรในอังกฤษ 9 เกมแรกก่อนที่จะเดินทางไปเยือนแอนฟิลด์ในคืนนี้ (พฤหัสบดีที่ 4 มีนาคม 2564) และจะได้เจอกับคล็อปป์ที่เป็นอดีตโค้ชของโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เหมือนกัน ทั้งสองผลัดกันแพ้ชนะตอนที่แข่งขันในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่มเมื่อปี 2018 ตอนที่ทูเคิลคุมปารีส แซงต์-แชร์กแมง แต่ทั้งคู่มีภาพลักษณ์ต่อสาธารณะที่แตกต่างกันมาก โดยคล็อปป์จะดูเป็นคนที่ค่อนข้างแฮปปี้ซึ่งตรงข้ามกับทูเคิลที่ดูจริงจังหรือขี้หงุดหงิดกว่า 

          “หวังว่าคุณจะเข้าใจผมผิดนะ! คุณไม่สามารถแข่งขันในเรื่องความตลกกับเจอร์เก้นในที่สาธารณะได้ และเขาก็มีคำตอบที่ดีสำหรับคำถามที่ไม่ค่อยดีนัก เขาคือปรมาจารย์เลยล่ะ" "เขาสามารถเปลี่ยนคำถามใดๆ ให้กลายเป็นเสียงหัวเราะได้ เขาเป็นแบบนี้ทั้งในที่ส่วนตัวและในที่สาธารณะ" “ผมไม่รู้ว่าภาพลักษณ์ของผมมาจากไหนถ้าคุณบอกว่าผมเป็นคนที่ดูขี้หงุดหงิด” “ผมไม่สามารถเสียพลังงานไปกับการใส่ใจภาพลักษณ์ของผมหรอก ถ้าคุณไปถามสโมสรที่ผมเคยทำงานด้วย ผมก็ไม่คิดว่า คุณจะพบคนจำนวนมากที่จะบอกว่าผมเป็นคนชอบเหวี่ยง แต่สิ่งที่คุณเห็นต่อหน้ากล้องกับเจอร์เก้น นี่คือเขา และผู้ชายคนนี้เป็นอัจฉริยะด้วยบุคลิกของเขาและเขาก็ตลกสุดๆ”

          แต่คล็อปป์ก็คงตลกไม่ออกกับฟอร์มในระยะหลังของลิเวอร์พูล และแทนที่จะแข่งกันแย่งแชมป์ในคืนนี้ เชลซีกับลิเวอร์พูลจะต้องมาแข่งขันเพื่อพื้นที่ในแชมเปี้ยนส์ ลีก โดยที่ใน 3 ฤดูกาลหลังนับตั้งแต่เชลซีคว้าแชมป์ลีกได้ครั้งล่าสุดเมื่อปี 2017 ส่วนใหญ่แล้วพวกเขาจะจบฤดูกาลด้วยแต้มตามหลังแชมป์เกือบจะ 30 แต้มทั้งสิ้น แต่ทูเคิลยืนยันว่า

          “เราไม่ควรจำกัดความคิดของเรา อย่างน้อยเราควรพยายามและไม่เตรียมคำแก้ตัวหรืออะไรก็ตาม ผมไม่อยากทำแบบนั้น" "นี่คือสิ่งที่เรากำลังทำและตอนนี้เรากำลังแย่งท็อปโฟร์ ซึ่งเป็นงานที่ยิ่งใหญ่เมื่อเราก้าวเข้ามาครั้งแรก และในปีหน้าเราจะท้าทายทุกแชมป์, ทุกรายการ สำหรับผม ลิเวอร์พูลและแมนฯ ซิตี้ ยังคงถือเป็นเกณฑ์
มาตรฐาน นี่คือเป้าหมาย”