นักกีฬาทีมชาติไทย กลุ่มแรกจะได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 เป็นชุดที่จะเดินทางไปแข่งในต่างประเทศเพื่อคัดเลือกไปโอลิมปิก และพาราลิมปิก จากนั้นจะเป็นกลุ่มใหญ่คือนักกีฬาที่ไปแข่งขันกีฬาโอลิมปิกและพาราลิมปิก ที่ญี่ปุ่น

จากที่ รัฐบาลไทย ได้จัดหาวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 มาฉีดให้กับประชาชนทั้งประเทศ โดยได้มีการจัดกลุ่มประชาชนที่จะได้รับการฉีดตามลำดับความเสี่ยงนั้น ในส่วนของนักกีฬาทีมชาติไทย ที่ปีนี้มีโปรแกรมเดินทางไปแข่งขันในต่างประเทศทาง กระทรวงการท่องเที่ยวเเละกีฬา ได้มอบหมายให้ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ก็ได้รวบรวมฐานข้อมูลนักกีฬาเหล่านี้ แล้วนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ทาง ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ได้เปิดเผยว่า สำหรับความคืบหน้าในการจัดหาวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19 สำหรับนักกีฬาทีมชาติไทย ที่มีโปรแกรมเดินทางไปแข่งขันในต่างประเทศ ซึ่งตอนนี้ทาง กกท. ได้รวบรวมข้อมูลนักกีฬาทั้งหมดนำเรียนเสนอต่อคณะรัฐมนตรี และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รับทราบและเห็นชอบให้เร่งดำเนินการตามขั้นตอนแล้ว

ส่วน นักกีฬาทีมชาติไทย กลุ่มแรกที่ต้องเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 มีประมาณหลักร้อย โดยเป็นกลุ่มที่จะเดินทางไปแข่งขันในต่างประเทศ เพื่อคัดเลือกเป็นตัวแทนไปแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ และพาราลิมปิก ในช่วงเดือน มี.ค.-เม.ย.นี้ ส่วนกลุ่มที่ 2 คือ กลุ่มเจ้าหน้าที่ เเละนักกีฬาทีมชาติไทย ที่จะเดินทางไปเเข่งขันกีฬาโอลิมปิกเเละพาราลิมปิก ที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งจะมีขึ้นในช่วงเดือน ก.ค.นี้

ดร.ก้องศักด ยอดมณี ยังกล่าวต่อไปว่า การฉัดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้กับนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ทีมชาติไทยทุกคน ถือว่าสำคัญมาก เพราะการเดินทางไปแข่งขันในต่างประเทศ มีความเสี่ยงสูง ที่จะติดเชื้อไวรัสร้ายกลับมาได้ ซึ่งตรงนี้ถือเป็นความปลอดภัยและผลประโยชน์ของนักกีฬาที่เดินทางไปสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย แต่ถ้าใครกังวลเรื่องการฉีดวัคซีน ทาง กกท.ไม่ได้บังคับว่าต้องมาฉีด ขึ้นอยู่กับความสมัครใจของแต่ละคนด้วย

สำหรับ วัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19 ที่จะนำมาฉีดให้นักกีฬาทีมชาติไทยนั้น ตนเชื่อมั่นว่าทางฝ่ายแพทย์ และกระทรวงสาธารณสุขของประเทศไทย จะมีการตรวจสอบก่อนนำมาใช้ฉีดให้ประชาชน เพื่อความปลอดภัยและผลข้างเคียงที่จะเกิดขึ้น ดังนั้นทุกคนไม่ต้องกังวัลใจ และการจัดสรรก็มีเพียงพอกับทุกคนแน่นอน ผู้ว่าฯ​กกท. กล่าวตอนท้าย