พาทิศ ศุภะพงษ์ เลขาธิการสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เผยความคืบหน้าเกี่ยวกับการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดแข่งขัน เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม หลังจาก บีจี ปทุม ยูไนเต็ด และ การท่าเรือ เอฟซี มีความเห็นให้สมาคมฯ ยื่นเรื่องขอเป็นเจ้าภาพ

ตามที่ก่อนหน้านี้ กรวีร์ ปริศนานันทกุล รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยลีก จำกัด เผยว่าทั้ง 2 สโมสรได้ส่งข้อมูลรวมถึงแผนงานต่างๆ เข้ามาเรียบร้อยแล้ว ในส่วนของสนามที่ทั้ง 2 สโมสรยื่นว่าจะใช้งานนั้น ทางด้านของ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด จะใช้สนามของตัวเองคือลีโอ สเตเดียม ส่วนสนามสำรองสำหรับลงเล่น 2 เกมพร้อมกันในนัดสุดท้ายนั้น ได้แก่ สนามกีฬามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ขณะที่การท่าเรือนั้น จะยื่นขอใช้สนาม ช้าง อารีนา ของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เป็นสนามหลัก และสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จ.นครราชสีมา เป็นสนามรอง

ล่าสุด พาทิศ ศุภะพงษ์ เปิดเผยว่าในส่วนของรายละเอียดสนามแข่งขันนั้น ตัวแทนจากไทยได้เตรียมการทุกอย่างพร้อมหมดแล้ว เหลือเพียงการพูดคุยกับศบค. เกี่ยวกับความเป็นไปได้ หรือแนวทางจากหน่วยงานรัฐบาล ว่าเห็นด้วยหรือไม่ กับการที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพฟุตบอลเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม ที่จะมีขึ้นในเดือนเมษายนนี้ โดยจะต้องส่งชื่อขอเป็นเจ้าภาพภายในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2546

“ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ทางบริษัท ไทยลีก จำกัด โดยคุณกรวีร์ ปริศนานันทกุล พร้อมด้วยทีมงานจะเข้าไปพูดคุยกับศบค. เพื่อหาแนวทางการจัดการแข่งขันฟุตบอลเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ว่าประเทศไทยควรที่เป็นเจ้าภาพฟุตบอลถ้วยเอเชียหรือไม่ ถ้าเห็นสมควรเป็นเจ้าภาพ จะต้องมีมาตรการอะไรบ้าง จากนั้นเราจะยื่นเรื่องให้เอเอฟซีพิจารณา”

“ในส่วนของสนามแข่งเราเตรียมไว้หมดแล้ว พร้อมส่งให้เอเอฟซีพิจารณา ซึ่งตามขั้นตอนพิจารณาเอเอฟซีใช้เวลาเพียง 7 วันเท่านั้น ดังนั้นเราต้องเตรียมความพร้อมเรื่องต่อไปนั่นคือเรื่องสาธารณสุข ว่าหากเราได้รับเลือกจากเอเอฟซี มาตรการภายในประเทศต้องมีอะไรบ้าง โดยเรื่องนี้เราต้องร่วมหารือกับศบค. และจะนำมาตรการที่ได้ไปแจ้งกับเอเอฟซีว่า มาตรการที่ต้องปฏิบัติเมื่อเดินทางมาแข่งในประเทศไทยนั้น ทางเอเอฟซีรับได้หรือไม่”

นอกจากนี้ เลขาธิการสมาคมฯ ยังกล่าวด้วยว่าประเทศที่ได้รับการพิจารณาให้จัดการแข่งขันเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม จะมีโอกาสได้รับคัดเลือกให้เป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก รอบสอง โซนเอเชีย ด้วยเช่นกัน

นายพาทิศ กล่าวว่า “เรื่องการเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก รอบสอง โซนเอเชีย ซึ่งเอเอฟซี ได้ประกาศไปก่อนหน้านี้ ว่าจะเลื่อนโปรแกรมแข่งเดือนมีนาคมของกลุ่ม จี ซึ่งมีประเทศไทยอยู่ในกลุ่มด้วยออกไปเตะเดือนมิถุนายน ถึงตอนนี้ยังไม่ได้เปิดให้แต่ละประเทศ แสดงความประสงค์ในการเป็นเจ้าภาพ โดยในสัปดาห์หน้า เอเอฟซีจะมีการประชุมกับทั้ง 5 ชาติในกลุ่มของไทยผ่านวีดิโอคอนเฟอเรนซ์ เพื่อตกลงแนวทาง และฟังความเห็นจากสมาชิกในกลุ่มว่าควรตัดสินใจอย่างไร”

“อย่างไรก็ดีเอเอฟซี ได้เกริ่นไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่า หากชาติใดที่เสนอตัวเป็นเจ้าภาพฟุตบอลเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก แล้วได้รับการคัดเลือกจากเอเอฟซี และยังต้องการเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก รอบคัดเลือกด้วย จะได้รับการพิจารณาเป็นลำดับต้นๆ ดังนั้น ผมคิดว่าหากไทยต้องการเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้ารอบ จำเป็นต้องผลักดันให้ทั้งบีจี ปทุม ยูไนเต็ด และการท่าเรือ เอฟซี ได้รับการพิจารณาให้จัดฟุตบอลถ้วยสโมสรเอเชียให้ได้เสียก่อน”