"บาส-ปอป้อ"กรำศึกหนัก ฮึดไม่ขึ้นพ่ายเกาหลีใต้ 2 เกมรวด เป็นการพ่ายครั้งแรกในศึก 3 รายการใหญ่ ในขณะที่ "หมิว-พรปวีร์"โค่นมือ 1 โลกเข้ารอบเป็นคนแรก

 การแข่งขันแบดมินตันรายการ “เอชเอสบีซี บีดับเบิ้ลยูเอฟ เวิลด์ทัวร์ ไฟนอลส์ 2020” ชิงเงินรางวัลรวม 1,500,000 เหรียญสหรัฐ หรือ ประมาณ 45,150,000 บาท ที่อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 28 ม.ค. เป็นการลงสนามแข่งขันวันที่สองในรอบแบ่งกลุ่มแมทช์ที่สอง ทั้งนี้ได้ทำการจับสลากแบ่งกลุ่มนักกีฬาออกเป็น 2 กลุ่ม  กลุ่มละ 4 คู่ทำการแข่งขันแบบพบกันทั้งหมดในกลุ่มเพื่อนำเอานักกีฬาที่ทำคะแนนได้ดีที่สุดอันดับ 1-2 ของแต่ละกลุ่มผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ  ส่วนรอบรองชนะเลิศจะให้นักกีฬาที่เป็นแชมป์กลุ่มเป็นตัวยืนแล้วจับสลากเอานักกีฬาที่มีคะแนนเป็นอันดับสองในกลุ่มเข้าไปประกบ

 มาถึงคู่สุดท้ายของ ประเภท คู่ผสม  "บาส" เดชาพล พัววรานุเคราะห์ คู่กับ "ปอป้อ"  ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย พบ โซว ซอนแจ กับ แช ยูจุง คู่มืออันดับ 6 ของโลกจากเกาหลีใต้ ทั้งสองทีมต่างชนะมาด้วยกันในนัดแรก เกมนี้หากใครชนะเข้ารอบแน่นอน ผลการแข่งขันปรากฏว่า คู่ของไทย "บาส-ปอป้อ" ที่กรำศึกหนักมาตลอดสู้ความแข็งแกร่งของคู่จากเกาหลีไม่ได้ผ่ายไป 0-2 เกม 17-21 และ 17-21 เป็นการแพ้ครั้งหลัง หลังจากไม่แพ้ใครและคว้าแชมป์มาสองรายการติดกว่า 10 แมตซ์ ทำให้เกาหลีเข้ารอบแน่นอน ส่วน "บาส-ปอป้อ"ไปลุ้นกับ มาร์คัส เอลลิส กับ ลอว์เรน สมิธ คู่มืออันดับ 9 ของโลกจากอังกฤษ

  ประเภทหญิงเดี่ยว กลุ่มบี "เมย์" รัชนก อินทนนท์ มืออันดับ 5 ของโลก พบกับ พูสซาลา วี สินธุ มืออันดับ 7 ของโลกจากอินเดีย สำหรับสถิติในการพบกันของทั้งคู่ก่อนหน้านี้เคยพบกันมาทั้งหมด 9 ครั้ง เป็นทาง รัชนก ที่ทำผลงานได้เหนือกว่าเก็บชัยชนะไปได้ 5 ครั้ง ล่าสุดในรอบก่อนรองฯศึก โตโยต้าไทยแลนด์ โอเพ่น รัชนก เอาชนะมาได้ เกมการแข่งขันรอบนี้เป็นทาง รัชนก อินทนนท์ กลับมาโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมอีกครั้งเอาชนะไปได้ 2-0 เกม 21-18 และ 21-13 ใช้เวลาแข่งขัน 43 นาที ทำให้ รัชนก มีสถิติชนะ 1 แพ้ 1 ต้องไปลุ้นแมทช์สุดท้ายกับ  ไต้ จื่ออิง มือหนึ่ง ของโลกจากไต้หวัน ในวันศุกร์นี้

 อีกคู่ "หมิว" พรปวีร์ ช่อชูวงศ์ ที่เอาชนะ "เมย์-รัชนก" มานัดนี้โชว์ฟอร์มร้อนแรงอีกรอบเอาชนะ ไต้ จื่ออิง มือหนึ่ง ของโลกจากไต้หวัน 2-0 (21-17 และ 21-11) เข้ารอบรองชนะเลิศแน่นอน ส่วนนัดสุดท้ายพบ พูสซาลา วี สินธุ มืออันดับ 7 ของโลกจากอินเดีย

 "เมย์" รัชนก อินทนนท์ พูดถึงเกมวันนี้ว่า “วันนี้พยายามกระตุ้นตัวเองให้แอคทีฟมากขึ้น เพราะสินธุก็มุ่งมั่นเช่นกัน จากผลเมื่อวานที่แพ้มาด้วยกันทั้งคู่ ต่างคนต่างต้องเอาตัวรอด ต้องมีใครสักคนที่มีโอกาสจากวันนี้ แต่แม้ชนะก็ยังไม่ได้การันตีการเข้ารอบรองชนะเลิศ แต่เมย์คิดว่าทุกแมตช์ต่อไปนี้คือรอบน็อกเอาต์ ต้องการทำให้ดีที่สุด ช่วงต้นเกมสินธุกระตุ้นตัวเองได้ดีกว่า เมย์อาจดูเหมือนเฉื่อย แต่จริงๆแล้วคือพยายามจะคิดและคุมตัวเองให้ดีที่สุด พยายามรวบรวมสติคุมเกมไม่ตื่นเต้นตกใจไม่ว่าคู่แข่งจะออกลูกมามีประสิทธิภาพแค่ไหน และดูเหมือนว่าสินธุจะเร่งไปเองแล้วมีผิดพลาดง่าย วันนี้เมย์เล่นใจเย็นกว่าคู่แข่ง ในเกมที่สองคิดว่าโมเมนตัมต่อเนื่องจากเกมแรกที่ช่วงหลังๆ สินธุจะหลุดไป อารมณ์เสียสามารถสังเกตได้ ช่วงจะเปลี่ยนเกมเขาเอาไม้ฟาดกล่องได้ยินชัดเจน เขาคุมไม่ตัวเองไม่อยู่ ส่วนเมย์พยายามคิดและคุมตัวเองให้ดีที่สุด โดยในเกมนี้สินธุพยายามป้องกันหน้าเน็ต แต่เราแก้ไขและเล่นตามเกมได้ดีกว่า พรุ่งนี้เจอกับ ไต้ จื่อ อิง รู้จักกันดีเพราะเล่นกันมา 30 กว่าครั้งแล้ว จะพยายามทำให้ดีที่สุด เพื่อผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศให้ได้"

 ขณะที่ ประเภทหญิงคู่ กลุ่มบี "กิ๊ฟ" จงกลพรรณ กิติธารากุล กับ "วิว" รวินดา ประจงใจ คู่มืออันดับ 11 ของโลก พบกับ คิม โซยอง กับ กอง ฮียอง คู่มืออันดับ 6 ของโลกจากเกาหลีใต้ สำหรับสถิติในการพบกันของทั้งคู่ก่อนหน้านี้เคยพบกันมาทั้งหมด 6 ครั้ง เป็นทาง คิม โซยอง กับ กอง ฮียอง ที่ทำผลงานได้เหนือกว่าเก็บชัยชนะไปได้ 4 ครั้ง ล่าสุดในรอบก่อนรองชนะเลิศศึก โตโยต้า ไทยแลนด์ โอเพ่น คิม โซยอง กับ กอง ฮียอง เอาชนะมาได้

 สำหรับเกมการแข่งขันคู่ของ กิ๊ฟ-จงกลพรรณ กับ วิว-รวินดา ต้านความแข็งแกร่งของคู่เกาหลีใต้ไม่ไหว พ่ายไป 0-2 เกม 12-21 และ 14-21 ใช้เวลาแข่งขัน 49 นาที ทำให้สถานการณ์ในกลุ่มนี้ คิม โซยอง กับ กอง ฮียอง ชนะ 2 แมทช์รวด การันตีเข้ารอบรองชนะเลิศแน่นอนแล้ว ขณะที่ จงกลพรรณ กับ รวินดา สถิติชนะ 1 แพ้ 1 ยังต้องลุ้นเข้ารอบรองชนะเลิศในแมทช์สุดท้ายที่จะพบกับ ลินดา เอฟเลอร์ กับ อิซซาเบล เฮิร์ททริช คู่มืออันดับ 31 ของโลกจากเยอรมนี ในวันศุกร์นี้

 กิ๊ฟ-จงกลพรรณ และ วิว-รวินดา เผยว่า “วันนี้เราแพ้ไป 0-2 เกม ในจังหวะตีแรลลี่นานๆ ความอดทนของฝั่งเราต่ำกว่า ลูกหนักที่จะไปฆ่าคู่แข่งมีน้อยมากๆ พอจังหวะพวกเขาบุกได้แต้มค่อนข้างง่าย  จังหวะเหล่านี้เป็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ แต่พอเสียติดๆ กัน 2-3 แต้มทำให้เกมค่อนข้างห่างกัน ก่อนลงสนามไม่ได้รู้สึกกดดัน พยายามเตรียมตัวให้พร้อมว่าต้องเล่นอย่างไร แต่พอลงสนามรู้สึกว่าวันนี้ไม่ค่อยคึกคัก เคลื่อนที่ช้า ตามคู่ต่อสู้ไม่ทัน พรุ่งนี้เจอเยอรมันเราได้ศึกษาเกมของเยอรมันที่เล่นกับเกาหลีใต้ในแมทช์แรก ดูแล้วเราเป็นต่อ แต่ห้ามประมาท เพราะรายการระดับนี้อะไรก็เกิดขึ้นได้ เราต้องเตรียมตัวให้พร้อม ศึกษาคู่แข่งให้ดีเพื่อวางแผนรับมือ”

 ส่วนผลการแข่งขันในกลุ่มเดียวกัน โคลอี้ เบิร์ช กับ ลอว์เรน สมิธ คู่มืออันดับ 18 ของโลกจากอังกฤษ ชนะ ลินดา เอฟเลอร์ กับ อิซซาเบล เฮิร์ททริช คู่มืออันดับ 31 ของโลกจากเยอรมนี 2-1 เกม 20-22, 21-16, 21-12

 ผลการแข่งขันคู่อื่นๆ ในแมทช์ที่สองมีดังนี้ ประเภทหญิงเดี่ยว กลุ่มเอ คาโรลิน่า มาริน มืออันดับ 6 ของโลกจากสเปน ชนะ มิเชล ลี มืออันดับ 10 ของโลกจากแคนาดา 21-16, 21-13

 ประเภทชายคู่ กลุ่มเอ หลี่ หยาง กับ หวัง ชิหลิน คู่มืออันดับ 7 ของโลกจากไต้หวัน ชนะ เบน เลนจ์ กับ ฌอน เวอร์ดี้ คู่มืออันดับ 32 ของโลกจากอังกฤษ 21-14,  21-18, ออง ยิวซิน กับ เตียว อียี่ คู่มืออันดับ 15 ของโลกจากมาเลเซีย ชนะ มาร์คัส เอลลิส กับ คริส แลงกริดจ์ คู่มืออันดับ 22 ของโลกจากอังกฤษ 21-19, 21-18 ส่วนกลุ่มบี ชอย โซวกิว กับ โซว ซอนแจ คู่มืออันดับ 8 ของโลกจากเกาหลีใต้ ชนะ โมฮาเหม็ด อัสซาน กับ เฮนดร้า เซทเทียวาน คู่มืออันดับ 2 ของโลกจากอินโดนีเซีย 21-19, 21-16, วลาดิเมียร์ อิวานอฟ กับ อิวาน โซโซนอฟ คู่มืออันดับ 24 ของโลกจากรัสเซีย ชนะ อารอน เชี๊ยะ กับ โซ วูยิค คู่มืออันดับ 9 ของโลกจากมาเลเซีย  21-19, 21-16

 ส่วนโปรแกรมวันที่ 29 ม.ค. นัดที่สามสุดท้ายของการแข่งขันรอบแบ่งกลุ่มของนักกีฬาไทย เรียงลำดับตามโปรแกรมเริ่มจากประเภทหญิงคู่ กิ๊ฟ-จงกลพรรณ กิติธารากุล กับ วิว-รวินดา ประจงใจ พบกับ ลินดา เอฟเลอร์ กับ อิซซาเบล เฮิร์ททริช จากเยอรมนี ต่อด้วยหญิงเดี่ยวคู่ของ "หมิว" พรปวีณ์ ช่อชูวงศ์ มืออันดับ 13 ของโลก พบกับ พูสซาลา วี สินธุ มืออันดับ 7 ของโลกจากอินเดีย จากนั้นเป็น "เมย์" รัชนก อินทนนท์ มืออันดับ 5 ของโลก พบ ไถ้ ซื่อหยิง มืออันดับ 1 ของโลกจากไต้หวัน ปิดท้ายด้วยคู่ของ "บาส" เดชาพล พัววรานุเคราะห์ กับ "ปอป้อ" ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย คู่มืออันดับ 3 ของโลก พบกับ มาร์คัส เอลลิส กับ ลอว์เรน สมิธ คู่มืออันดับ 9 ของโลกจากอังกฤษ