โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ ผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มองว่า การตัดสิน 2 ครั้งของกรรมการในครึ่งแรก ทำให้ทีมของเขาเสียหายหนักจนพ่ายให้กับเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ในศึกพรีเมียร์ ลีก เมื่อคืนที่ผ่านมา

           โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ โบ้ยความผิดพลาด 2 ครั้งของผู้ตัดสินทำให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พ่ายแพ้สุดช็อคต่อทีมบ๊วยของตารางอย่างเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด คาโอลด์ แทรฟฟอร์ด 2-1 ในศึกพรีเมียร์ ลีก เมื่อคืนที่ผ่านมา (พุธที่ 27 มกราคม 2564)

           แมนฯ ยูไนเต็ด พ่ายแพ้ให้กับเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ทีมที่มีสถิติเลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ ลีก หลังจากผ่านไป 19 เกม ทั้งนี้ประตูแรกของทัพ "ดาบคู่" นั้นกลายเป็นประเด็นถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง โดยประตูดังกล่าวมาจากจังหวะลูกเตะมุมทางด้านขวา จอห์น เฟล็ค เปิดบอลโค้งเข้ามาในกรอบ 6 หลา คีน ไบรอัน ขึ้นชิงถึงก่อนดาบิด เด เคอา ก่อนเช็ดบอลไปเสาไกลชนโคนเสาเข้าประตูไป เป็นประตูแรกในพรีเมียร์ ลีกของอดีตเด็กฝึกแมนฯ ซิตี้  โดยผู้ตัดสินยืนยันเป็นประตูของไบรอันแม้จะดูเหมือนว่าบิลลี่ ชาร์ป จะไปกระแทรกเด เคอา ก็ตาม

           ไม่กี่นาทีต่อมา แมนฯ ยูไนเต็ด ส่งลูกตุงตาข่าย จากจังหวะที่อารอน แรมส์เดล กระโดดขึ้นรับบอล พร้อมกับที่ แฮร์รี่ แม็คไกวร์ พยายามขึ้นโหม่งเช่นกัน แต่บอลหลุดมือ ไปเข้าทาง อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล แปบอลเข้าประตูไป แต่ผู้ตัดสินเป่าว่า แม็คไกวร์ ไปทำฟาล์ว แรมส์เดล ทำให้ปีศาจแดงไม่ได้ประตู โดยที่ไม่ได้มีการตรวจสอบกับ VAR ว่ามีการทำฟาล์วกันจริงๆ หรือไม่ ซึ่งจากภาพรีเพลย์จะเห็นว่าามันอาจจะเป็นการฟาวล์ที่ไม่ชัดเจนนักและโซลชาร์ก็เห็นด้วยกับเรื่องนี้ โดยในประตูแรกนั้นเขากล่าวว่า

           "ฟาล์ว บิลลี่ ชาร์ป วิ่งชนเขา ทำให้เขาลุกขึ้นไมได้ ดังนั้นมันคือการฟาล์ว"

           เขายังกล่าวต่อถึงลูกยิงของมาร์กซิยาล

           "ไม่ฟาล์ว ฤดูกาลนี้ก็เป็นแบบนี้แหละ ไม่มีความคงเส้นคงวา ไม่สามารถคาดเดาได้ นั่นคือความผิดพลาดสองครั้งของผู้ตัดสิน"

           โซลชาร์ยังเผยว่า เขาไม่สงสัยเรื่องฟอร์มการเล่นของลูกทีม แต่ต้องการให้มีความสร้างสรรค์กว่านี้ในพื้นที่สุดท้ายหน้าปากประตู

           “เมื่อคุณเสียสองประตูที่แย่ๆ มันจึงเป็นเรื่องยาก เราไม่ได้สร้างโอกาสมากพอและไม่ได้เจาะไปที่พื้นที่สุดท้ายมากพอเพื่อที่จะทำประตู" "ทริคต่างๆ หายไปเล็กน้อย แต่พวกเขาก็ป้องกันได้ดี" "เราไม่มีไอเดียที่ถูกต้องหรือแนวทางแก้ไข การเสียประตูที่สองนั้นแย่มาก เราหละหลวมมาก เราหยุดไล่บอล ซึ่งมันไม่ใช่คาแรกเตอร์ของพวกเราโดยสิ้นเชิง" “จะไม่มีการมานั่งคุยเรื่องเหตุผลของเรื่องนี้ แต่เราผิดหวัง เราได้เห็นผลการแข่งขันมากมายในฤดูกาลนี้ที่พวกเราสูญเสียอัตลักษณ์ของเราไป" "วันนี้ ก็เซอร์ไพรส์นะ แต่กับโลกที่เป็นอยู่ทุกวันนนี้ เราคือทีมที่มีความสม่ำเสมอที่สุดแล้ว เราต้องปัดเป่าความรู้สึกเศร้าออกไปและลุยอีกครั้ง"

           ริโอ เฟอร์ดินานด์ และปีเตอร์ เคราช์ ที่วิเคราะห์บอลให้ BT Sport ก็เห็นด้วยกับกุนซือแมนฯ ยูไนเต็ด โดยอดีตกองหน้าลิเวอร์พูลและท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ เผยว่า การตัดสินในครึ่งแรกในกรอบเขตโทษไม่ควรขัดแย้งกัน

           "ชาร์ปไม่ได้มองบอลเลย" เคร้าช์อ้าง "หน้าที่ของเขาก็คือการรบกวนเด เคอา แต่มันเป็นการทำฟาล์ว" "(แต่อีกด้าน) แฮร์รี่ แม็คไกวร์ เขามองบอล ชาร์ปไม่มอง ถ้าคุณให้อันนึง คุณก็ต้องให้อีกอันนึง ยี่สิบปีที่แล้วไม่มีอันไหนที่ผิดกติกาเลย"

           เฟอร์ดินานด์กล่าวโทษเด เคอา ผู้รักษาประตูแมนฯ ยูไนเต็ดสำหรับบทบาทของเขาในประตูนั้น แต่ยังยืนยันว่าชาร์ปทำฟาวล์

           "เด เคอา สามารถทำได้ดีกว่านี้ แต่ผมคิดว่าเขาโดนขัดขวางโดยบิลลี่ ชาร์ป ที่มือทั้งสองข้างของเขาอยู่บนตัวเด เคอา ผมคิดว่ามันผิดกติกา"