มิเกล อาร์เตต้า กุนซือ อาร์เซน่อล ชี้เล่นดีกันคนละครึ่ง เพียงแต่ทัพ ปืนใหญ่ ยังทำได้ไม่ดีพอ แม้มีโอกาสมากกว่าในครึ่งหลัง ทำให้ แชมป์เก่าต้องบุกพ่าย เซาธ์แฮมป์ตัน 0-1 ตกรอบ 4 เอฟเอ คัพ

มิเกล อาร์เตต้า กุนซือ อาร์เซน่อล ยอมรับว่า ทีมเล่นไม่ดีในครึ่งแรกเนื่องจากโดนเพรสซิ่งสูง แต่ครึ่งหลังเล่นได้ดีขึ้น เพียงแต่ไม่สามารถทำประตูได้ ทำให้ต้องพ่าย เซาธ์แฮมป์ตัน 0-1 ตกรอบ 4 เอฟเอ คัพ เมื่อวันเสาร์ที่ 23 มกราคม ที่ผ่านมา

แชมป์เก่ารายการนี้เสียประตูในครึ่งแรก นาทีที่ 24 จากจังหวะ ไคลน์ วอล์คเกอร์ ปีเตอร์ส แบ็กทีมเจ้าถิ่น กึ่งยิงกึ่งผ่านเข้าเขตโทษบอลไปแฉลบ กาเบรียล มากัลเญส เปลี่ยนทางก่อนจะลอดตัว แบรนด์ เลโน่ เข้าประตูไป และเป็นประตูเดียวที่เกิดขึ้นในเกมนี้ ทำให้ "ปืนใหญ่" ต้องตกรอบ เอฟเอ คัพ ซึ่งเป็นเป็นครั้งที่ 3 จาก 4 ฤดูกาลที่ผ่านมาที่พวกเขาไม่สามารถผ่านเข้าถึงรอบ 5 ของรายการนี้ ขณะทีม "นักบุญ" ผ่านเข้ารอบไปพบกับ วูล์ฟแฮมป์ตัน ต่อไป

อาร์เตต้า กุนซือ อาร์เซน่อล ออกมากล่าวหลังเกมว่า "เป็นเรื่องที่น่าเสียใจมากที่ต้องตกรอบ ครึ่งแรกทีมมีปัญหาจากการโดนไล่บีบกดดันสูง ส่วนในครึ่งหลังทีมของตนมีโอกาสสองถึงสามครั้ง คุณภาพของนักเตะก็ดีกว่า แต่ก็ไม่สามารถทำประตูได้ ถือเป็นเกมที่คู่คี่สูสี แต่ก็ยังไม่ดีพอ ดังนั้น ในช่วงเปิดตลาดนักเตะรอบนี้ก็คงต้องมาดูว่าจะสามารถทำอะไรได้บ้าง"

นอกจากนี้ ผู้จัดการทีมชาวสแปนิช ยังยืนยันว่า ยังคงให้การหนุนหลัง นิโกล่าส์ เปเป้ และ วิลเลี่ยน ต่อไป แม้ทั้งคู่จะยังโชว์ผลงานได้ไม่น่าประทับใจสักเท่าไหร่