“บิ๊กแชมป์”กรวีร์ ปริศนานันทกุล รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยลีก จำกัด ยืนยันจะเดินหน้าจัดแข่งฟุตบอลอาชีพให้จบฤดูกาลภายในเดือนเม.ย. แม้ว่าการตรวจหาเชื้อจะพบว่ามีคนติดโควิด-19 ก็ตาม

ตามที่ บริษัท ไทยลีก จำกัด ประกาศกลับมาลงสนามอีกครั้งในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ ภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19 อย่างเข้มงวด หลัง ศบค. กำชับว่าต้องทำการตรวจหาเชื้อให้กับนักเตะและทีมงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

“บิ๊กแชมป์”กรวีร์ ปริศนานันทกุล รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยลีก จำกัด ได้เปิดเผยถึงกรณีที่หากตรวจพบ “เจ้าหน้าที่ หรือ นักเตะ” ติดเชื้อโควิด-19 ว่า ความจริงแล้วศบค. อยากให้ตรวจหาเชื้อในนักเตะร่วมถึงผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดก่อนการแข่งขันทุกนัด แต่เนื่องจากฟุตบอลลีกไทย ทั้งไทยลีก 1 และไทยลีก 2 จะมีโปรแกรมเตะค่อนข้างถี่ และมีเกมกลางสัปดาห์แทบจะทุกสัปดาห์ แต่การตรวจหาเชื้อก่อนแข่งจึงเป็นไปได้ยาก

"ส่วนประเด็นที่ว่าหากการตรวจหาเชื้อแล้วพบว่านักเตะหรือทีมงานสโมสรใดติดเชื้อโควิด-19 จะมีการพิจารณาตัดจบฟุตบอลลีกอาชีพไปเลยหรือไม่นั้น ผมไม่อยากให้ไปถึงจุดนั้น การตัดจบฟุตบอลลีกจะเป็นหนทางสุดท้ายที่เราจะเลือกทำ เพราะตามมาตรการที่ศบค. กำหนดให้กับฟุตบอลไทยนั้นค่อนข้างรัดกุมอย่างมาก ลดความเสี่ยงในการจะติดเชื้อและแพร่เชื้่อได้อย่างดี"

"หากมีการตรวจพบนักกีฬาคนใด หรือเจ้าหน้าที่คนใดติดเชื้อโควิด ทาง ศบค. มีมาตรการป้องกัน โดยจะกันผู้ติดเชื้อรายนั้นออกไปกักตัวต่างหาก พร้อมกับทำการตรวจหาเชื่อในผู้เล่นคนอื่นภายในทีมอีกครั้ง เช่นเดียวกับกรณีที่สโมสรมีเจ้าหน้าที่หรือนักเตะต้องกักตัวเฝ้าระวัง 14 วันเกินครึ่งทีม ฟุตบอลลีกยืนยันจะดำเนินการแข่งขันต่อไป โดยสโมสรนั้นๆ ต้องใช้นักกีฬาหรือทีมงานเท่าที่มีในการแข่งขัน เพื่อให้ฟุตบอลลีกฤดูกาลนี้เดินหน้าไปจนจบฤดูกาลให้ได้"

ทั้งนี้ตามประกาศของศบค. จะให้ฟุตบอลไทยกลับมาเตะได้ช่วงต้นเดือนก.พ. แต่จะมีเกมนำร่องคือนัดตกค้างระหว่าง สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด กับ การท่าเรือ เอฟซี จะให้เตะก่อนในวันที่ 31 ม.ค. จากนั้นจะเป็นเกมเอฟเอ คัพ วันที่ 3 ก.พ. ส่วนฟุตบอลลีกทั้งไทยลีก 1 ไทยลีก 2 รวมถึงไทยลีก 3 รอบแชมเปียนส์ลีก จะเตะในวันที่ 6-7 ก.พ.