สถานการณ์ยังไม่เหมาะหากจะเพิ่มจำนวนผู้ชมกีฬาในสนามในช่วงนี้ หลังมีเหตุพบผู้ติดเชื้อในประเทศเพิ่มขึ้นจากการลักลอบเข้าเมือง แต่เชื่อมั่นการจัดการแข่งขันกีฬาในประเทศมีมาตรการณ์ที่เข้มงวดและปฎิบัติตามระเบียบอย่างเคร่งครัดอยู่แล้ว

จากการเปิดเผยของ  ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 หลังในประเทศไทยพบผู้ติดเชื้อเพิ่มรายใหม่เพิ่มขึ้นเนื่องจากมีผู้ลักลอบเข้าเมืองแบบผิดกฎหมายแล้วติดเชื้อร้ายว่า สถานการณ์ดังกล่าวยังไม่ส่งผลกระทบต่อวงการกีฬาของไทย แม้ว่าจะมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น เนื่องจากตนเชื่อมั่นในในมาตรการของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. และกระทรวงสาธารณสุข นั้นมีประสิทธิภาพมากพอที่จะควบคุมการแพร่ระบาดได้ดีจนเป็นที่ยอมรับจากทั่วโลก

“ในส่วนของการจัดการแข่งขันกีฬา ทาง กกท. และสมาคมกีฬาต่างๆ เองก็มีมาตรการดูแลที่ให้ผู้จัดการแข่งขันปฎิบัติตามคู่มือสาธารณสุขอย่าง เคร่งครัดอยู่แล้ว ความจริงทาง กกท. มีแผนที่จะเสนอกับ ศบค. เพื่อขอเพิ่มจำนวนผู้ชมในสนาม แต่จากสถานการณ์ดังกล่าวคิดว่าคงยังไม่เหมาะสม คงต้องพักแผนเอาไว้เพื่อดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิดอีกครั้งก่อน” ผู้ว่าฯ กกท. กล่าว

สำหรับ จำนวนผู้ชมกีฬาในสนามเดิมทาง ศบค. ได้ประกาศว่า สนามกีฬากลางแจ้ง ลักษณะการเชียร์เสียงดัง เดิมกำหนดเข้าได้ 25 เปอร์เซ็นต์ แต่ไม่เกิน 4,000 คนของจำนวนความจุสนามกีฬา ก่อนจะเพิ่มเป็น 50 เปอร์เซ็นต์ ส่วนลักษณะการเชียร์ไม่ส่งเสียงดัง เดิมกำหนดไม่เกิน 6,000 คน คิดเป็น 50 เปอร์เซ็นต์ ของจำนวนความจุสนามกีฬา เพิ่มเป็น 70 เปอร์เซ็นต์ และ สนามกีฬาในร่ม ลักษณะการเชียร์เสียงดัง เดิมกำหนดไม่เกิน 1,000 คน คิดเป็น 15 เปอร์เซ็นต์ ของจำนวนความจุสนามกีฬา เพิ่มเป็น 30 เปอร์เซ็นต์ ส่วนลักษณะการเชียร์ไม่ส่งเสียงดัง เดิมกำหนดไม่เกิน 2,000 คน คิดเป็น 25 เปอร์เซ็นต์เพิ่มเป็น 50 เปอร์เซ็นต์ของความจุสนาม