แฟนบอลอาร์เจนติน่า แห่ไว้อาลัย "ฮีโร่" ตำนานลูกหนังของชาติจนเกิดเหตุวุ่นวายเพราะมีบางคนพยายามฝ่าแผงกั้นเพื่อให้เข้าถึงแบบใกล้ชิดจน ตำรวจต้องใช้กระสุนยาง และรถฉีดน้ำแรงดันสูงเพื่อควบคุมเหตุการณ์ ก่อนพิธีผังศพได้ดำเนินไปเสร็จสิ้นในแบบส่วนตัว

หลังจากที่ "เสือเตี้ย" ดิเอโก้ มาราโดน่า ตำนานนักเตะทีมชาติอาร์เจนติน่า "ฮีโร่" ของแฟนบอลชาวอาเจนไตน์ตลอดกาลได้เสียชีวิตด้วยวัย 60ปี จากอาการหัวใจวายเฉียบพลันเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 63 หลังจากนั้นได้มีการนำร่างของ ดิเอโก้ มาราโดน่า ใส่หีบศพและไปตั้งไว้ที่ ทำเนียบประธานาธิบดีคาซ่า โรซาดา พร้อมกับคลุมด้วยธงชาติอาร์เจนติน่า รวมทั้งมีเสื้อทีมชาติหมายเลข 10 วางอยู่ด้วย โดยเปิดให้แฟนบอลเข้าแสดงไว้อาลัยได้

สื่อท้องถิ่นได้รายงานว่า เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน ที่ผ่านมาตาเวลาท้องถิ่น มีแฟนบอลจำนวนมากเดินทางมาต่อแถวเพื่อเข้าไปไว้อาลัย "ฮีโร่"​ ตำนานนักเตะของชาติ จนทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้นเมื่อมีแฟนบอลบางกลุ่มพยายามฝ่าแผงกั้นที่เจ้าหน้าที่จัดเตรียมไว้ เพื่อจะให้ตนเองเข้าใกล้หีบศพมากที่สุด ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องประกาศปิดไม่ให้แฟนบอลเข้าไปไว้อาลัยก่อนเวลา อีกทั้งยังให้ทางครอบครัวของ "มาราโดน่า"​ได้เตรียมนำศพไปประกอบพิธีฝังยังสุสานฮาดิน เด ปาซ ในกรุงบัวโนสไอเรส ซึ่งเป็นสุสานที่ฝังศพพ่อแม่ของเขาด้วย

จากนั้นแฟนบอลบางส่วนไม่พอใจที่ไม่ได้เข้าไว้อาลัยนักเตะขวัญใจของตัวเองเป็นครั้งสุดท้าย ทำให้เกิดเหตุวุ่นวายขึ้นจนทำให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเข้าระงับเหตุจนถึงขั้นต้องใช้กระสุนยาง และรถฉีดน้ำแรงดันสูงเพื่อควบคุมสถานการณ์ เมื่อศพของ "มาราโดน่า" เคลื่อนย้ายไปยังสุสาน โดยมีขบวนรถตำรวจ คอยดูแลและอำนวยความสะดวก สถานการณ์จึงสงบลง ระหว่างทางมีแฟนบอลจำนวนมากตามขับรถตามขบวนตลอดเส้นทาง รวมทั้งมีกลุ่มแฟนบอลยืนไว้อาลัยสองข้างทาง และยังมีบางส่วนมายืนรอถึงด้านหน้าของสุสานด้วย โดยพิธีฝังศพ ได้จัดแบบส่วนตัวตามที่ครอบครัวของ "มาราโดน่า" ต้องการซึ่งมีเพียงสมาชิกในครอบครัวและเพื่อนสนิทเข้าร่วมพิธีเท่านั้น

สำหรับ ดิเอโก้ มาราโดน่า ถือเป็น “ฮีโร่” ตำนานนักเตะของอาร์เจนตินา โดยพาทีมชาติ “ฟ้า-ขาว” คว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 1986 โดยเหตุการณ์ที่ถือว่าเป็น ตำนานจนถึงปัจจุบันในครั้งนั้นคือ 2 ประตูประวัติศาสตร์ ในรอบก่อนรองชนะเลิศ ที่พบกับทีมชาติอังกฤษ

เหตุการณ์แรกกำเนิด “หัตถ์พระเจ้า” จากจังหวะขึ้นโหม่งบอลหน้าประตู แต่ “เสือเตี้ย” กับใช้มือชกลูกข้ามตัว ปีเตอร์ ชิลตัน ผู้รักษาประตูทีมชติอังกฤษเข้าประตูไป

ส่วนอีกประตู เกิดขึ้นนัดเดียวกันในจังหวะที่ “เสือเตี้ย” เลี้ยงบอลลุยเดี่ยวฝ่านักเตะสิงโตคำราม 5 คน รวมทั้ง ปีเตอร์ ชิลตัน นายทวารเฝ้าเสาก่อนยิงเข้าประตูไปพร้อมกับได้รับการโหวตจากแฟนบอลให้เป็น “ประตูแห่งศตวรรษ”

อีกหนึ่งผลงานที่หลายคนจดจำคือ การพา “นาโปลี” จากทีมระดับกลางๆ ก้าวขึ้นคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของอิตาลีได้ถึง 2 สมัย และเมื่อ “มาราโดน่า” จากมา นาโปลี ผลงานก็ลุ่มๆ ดอนๆ จนทุกวันนี้