เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ กองหน้าดาวรุ่งของโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ทุบสถิติใหม่ในเวทียูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก หลังยิงประตูคลับ บรูช ในเกมเมื่อคืนที่ผ่านมา (อังคารที่ 24 พฤศจิกายน 2563)

             เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ ทุบสถิติยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อีกหนึ่งรายการในการแข่งขันเมื่อคืนที่ผ่านมา (อังคารที่ 24 พฤศจิกายน 2563) หลังจากซัด 2 ประตูให้โบรุสเซีย ดอร์ทมนุด์ เอาชนะคลับ บรูช จากเบลเยี่ยม 3-0 โดยอีกลูกได้จากเจดอน ซานโช่

             ลูกยิงของฮาลันด์ในนาทีที่ 18 ทำให้เขากลายเป็น ผู้เล่นที่ยิง 15 ประตูได้เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์แชมเปี้ยนส์ ลีก โดยแข้งวัย 20 ทำสถิติดังกล่าวได้ในการลงสนามรายการนี้แค่ 12 นัด ทำลายสถิติเดิม 19 เกมของรุด ฟาน นิสเตลรอย และ โรแบร์โต้ โซลดาโด้ โดยฮาลันด์ยังสามารถทำเพิ่มได้อีก 1 ประตูในครึ่งหลังและทำให้ประตูรวมของเขาเพิ่มขึ้นเป็น 16 ประตู ช่วยให้ทัพ 'เสือเหลือง' นำเป็นจ่าฝูงของกลุ่ม F มีแต้มเหนืออันดับ 2 อย่างลาซิโอ ที่เอาชนะเซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก 3-1 อยู่ 1 แต้ม

            กองหน้าชาวนอร์เวย์ทำผลงานได้แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ นับตั้งแต่ย้ายจากเร้ดบุลล์ ซัลซ์บวร์ก มาค้าแข้งกับโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยทำไปแล้ว 33 ประตูจากการลงสนาม 31 นัดรวมทุกรายการ ในบรรดาประตูเหลานั้น แบ่งเป็น 8 ประตูจากการลงสนามในแชมเปี้ยนส์ ลีก 6 นัด ซึ่งในรายการนี้เมื่อฤดูกาลที่แล้วนั้นเขาก็ซัดไป 8 ประตูจากการลงสนาม 6 นัดเช่นกัน เรียกว่าซัดรวม 16 ประตูจาก 12 เกม ซึ่งมากกว่าที่โรนัลโด้ทำได้ โดยอดีตดาวเตะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, เรอัล มาดริด และปัจจุบันอยู่กับยูเวนตุสที่สามารถทำประตูได้เช่นกันในการแข่งขันเมื่อคืนที่ผ่านมาแต่ไม่สามารถทำเช่นนั้นใน 12 เกมแรกของเขา ทางด้านเมสซี่ ที่คว้าแชมป์รายการนี้มา 4 สมัยเช่นเดียวกับโรนัลโด้ ก็ทำไปแค่ 2 ประตูจาก 12 เกมแรกในรายการนี้กับทีมบาร์เซโลน่า

             อย่างไรก็ตาม ฮาลันด์ยังห่างไกลจากทั้งสองมากในแง่ประตูโดยรวม โดยเมสซี่ทำไปแล้ว 118 ประตูในรายการนี้ ส่วนโรนัลโด้ทำไป 131 โดยฮาลันด์ยังคงถ่อมตัวแม้สถิติของเขาจะน่าทึ่งขนาดนี้ แต่พอล สโคลส์ และลาร์ส ลาเกอร์บัค รู้สึกตื่นเต้นกับกองหน้ารายนี้

             "ผมคิดว่าฮาลันด์เป็นอะไรที่น่าตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างมาก" สโคลส์บอกกับ Stadium Astro หลังจากมีข่าวแข้งรายนี้เชื่อมโยงกับแมนฯ ยูไนเต็ด "ผมคิดว่าเขาจะอยู่ที่นั่นในระดับเดียวกับโรนัลโด้และเมสซี่ ซึ่งอาจจะเป็นไปได้จากที่ผมเห็นจนถึงตอนนี้"

             ลาเกอร์บัค ผู้จัดการทีมชาตินอร์เวย์ ก็เคยเปรียบเทียบทั้งคู่เมื่อเดือนกันยายน

             "ผมอาจจะอยู่มานานเกินไป แต่ผมไม่เคยเห็นคนที่มีพัฒนาการขนาดนั้นในวัยที่อายุน้อยขนาดนี้เลยนับตั้งแต่...อาจจะเป็นเมสซี่หรือโรนัลโด้" "นั่นเป็นสิ่งที่โดดเด่นไม่เหมือนใครและมีความเป็นไปได้ทั้งหมดที่เขาจะกลายเป็นผู้เล่นระดับโลกจริงๆ" “ ถ้าคุณมองไปที่แนวรุกในพื้นที่สุดท้ายของสนามและในกรอบเขตโทษ จะเห็นว่าเขาอยู่ในระดับสุดยอดแล้ว” “ด้วยคุณสมบัติที่เขามีอยู่แล้วและบุคลิกที่มุ่งมั่นของเขา ถ้าเขาไม่มีอาการบาดเจ็บรบกวนเขาก็จะสามารถเป็นผู้เล่นระดับแถวหน้าได้จริงๆ"