เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล ออกมาสวนเสียงวิจารณ์ที่มีต่อลูกทีมรายนึงว่า 'ไร้สาระ' หลังหงส์แดงเปิดรังถล่มเลสเตอร์ ซิตี้ 3-0 ในศึกพรีเมียร์ ลีก เมื่อคืนที่ผ่านมา (อาทิตย์ที่ 22 พฤศจิกายน 2563)

            เจอร์เก้น คล็อปป์ เผยว่า เสียงวิจารณ์อย่างต่อเนื่องที่มีต่อโรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ นั้นไร้สาระ หลังแข้งชาวบราซิลเลี่ยนทำประตูปิดท้ายให้ลิเวอร์พูลเอาชนะเลสเตอร์ 3-0 ซึ่งถือเป็นประตูที่เจ้าตัวรอคอยมายาวนาน

           ฟีร์มิโน่ เพิ่งจะทำประตูที่ 2 ของเขาในฤดูกาลนี้หลังโหม่งบอลจากลูกเตะมุมของเจมส์ มิลเนอร์ เข้าไปในช่วงก่อนหมดเวลา 4 นาที แต่ก่อนหน้านั้นเจ้าตัวก็เกือบทำประตูได้แล้วหลังลูกที่ยิงไปเกือบจะข้ามเส้นไปแล้วเกือบทั้งลูกขาดแค่ 1 ซม.เท่านั้นก่อนจะถูกเคลียร์ทิ้งออกมา แต่ที่สุดแล้วความพยายามของเขาก็เป็นผลสำเร็จจากลูกโหม่งอันงดงามในช่วงท้ายเกมนั่นเอง และนั่นก็ทำให้หงส์แดงมีแต้มเท่ากับท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ที่นำเป็นจ่าฝูงของพรีเมียร์ ลีก แต่ลูกได้เสียน้อยกว่า ส่วนอีก 2 ประตูของทีมได้มาจากการทำเข้าประตูตัวเองของจอนนี่ อีแวนส์ และดิโอโก้ โชต้า ช่วยให้ลิเวอร์พูลทำสถิติใหม่คือไร้พ่าย 64 นัดรวดสำหรับเกมในบ้าน หลังเกม คล็อปป์ เผยว่า

            "(เป็นชัยชนะชนะที่น่าพอใจ) มากๆ เราสมควรได้รับมัน 100%" เขากล่าวกับ Sky Sports "เด็กๆ เล่นเกมที่น่าเหลือเชื่อกับคู่ต่อสู้ชั้นนำ เด็กๆ ทำได้ดีมากๆ ในแง่ของฟุตบอล"

            เมื่อถามย้ำถึงฟีร์มิโน่ เขาก็กล่าวเพิ่มเติมว่า

            "สิ่งที่ผู้คนพูดถึงเขามันไร้สาระ มันก็แค่เพราะพวกเขาไม่มีเรื่องอื่นจะพูด เขาเล่นได้อย่างโดดเด่นอีกครั้ง"

            ทางด้านมิลเนอร์ก็ได้ยกย่องฟีร์มิโน่เช่นกัน

            "ครึ่งแรกดีมากๆ ครึ่งหลังไม่ดีเท่าที่ควร มีการใช้กำลังขาไปเยอะในช่วงทีมชาติ" รองกัปตันกล่าว "เราเก็บบอลได้ดีและทำให้สถานการณ์มันง่ายขึ้น บ็อบบี้ (ฟีร์มิโน่) เป็นผู้ชายที่โชคร้ายที่สุดในช่วง 80 นาทีแรก เขาสมควรได้ประตูของเขา เขาทำได้ดีเยี่ยมครับ"

            ส่วนฟอร์มการเล่นของเขาเองนั้น เจ้าตัวก็กล่าวเพิ่มเติมว่า

            "ผมต้องการออกสตาร์ทในเกมให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ผมรู้ดีว่าทุกวันนี้จะไม่เป็นแบบนั้นทุกเกม" "มันยากกับการคงจังหวะแบบนั้นเอาไว้ในเมื่อต้องมีเบรคทีมชาติแต่มันเป็นการรอคอยที่ยาวนานจนกว่าจะถึงครั้งต่อไป" "มันน่าประทับใจที่เรารักษามันไว้ (สถิติไร้พ่ายในบ้าน) โดยที่ไม่มีแฟนๆ หวังว่าเราจะรักษามันไว้ต่อไปจนกว่าพวกเขาจะกลับมาได้"