ตี๋ ทีเด็ดื 99 ขอเคลียร์ เปาวันชัย ที่ สน.นางเลิ้ง ต่างถอนแจ้งความจบคือจบ วันชัย ย้ำยื่นคอให้บั่นเอาเกียรติภูมิ ค้ำความสัตย์ซื่อ

เมื่อเวลา 14.30 น. วันเสาร์ที่ 21 พฤศจิกายนนี้ ที่ สน.นางเลิ้ง “ตี๋ ทีเด็ด 99” สรศักดิ์ แซ่ตั้ง หัวหน้าค่ายมวยและเซียนมวยชื่อดังพร้อมพรรคพวก กับฝ่าย น.อ. วันชัย ผ่องศรี  กรรมการเวทีมวยราชดำเนิน โดยมี พลอากาศตรี สมยศ จุลเสน , "เสี่ยฮุย" สุรชาติ พิสิฐวุฒินันท์ โปรโมเตอร์มวยโลกชื่อดัง ,"อ.โด่ง" วรศักดิ์ ภักดีคำ ประธานเทคนิคเวทีมวยราชดำเนิน เดินทางมาร่วมเป็นสักขีพยานในการเจรจาไกล่เกลี่ยเคลียร์ใจของทั้งสองฝ่าย หลังจากที่ทั้งคู่ มีเรื่องวิวาทกัน ที่ลานจอดรถข้างสนามมวยเวทีราชดำเนินเมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ 19 พ.ย. ที่ผ่านมา เหตุสืบเนื่องจาก น.อ.วันชัย ขึ้นทำหน้าที่ตัดสินมวยคู่ ฤทธิเดช ศิษย์ครูเดช กับ หยกเงิน เดชเพชรสีทอง ฝ่าย ตี๋ ทีเด็ด 99 มองว่า กรรมการ น.อ.วันชัย ตัดสินเข้าข้าง จึงด่าทอแต่ในสนามมวย ทำให้ น.อ.วันชัย ไม่พอใจ จนมีการท้าทายกัน จนเกิดเหตุการณ์อื้อฉาวขึ้น เมื่อ ตี๋ ทีเด็ด 99 พาพรรคพวกเดินตามไปที่รถ มีการฟาดปากกันแบบ ตัวต่อตัวมีรุม

ขอบคุณภาพจาก ชาคร ห่อวโณทยาน (มวยสยาม)

SMM SPORT ได้ติดต่อขอสัมภาษณ์ น.อ.วันชัย ถึงกรณีที่เกิดขึ้นรวมถึงการเคลียร์เรื่องให้เลิกแล้วต่อกันในวันนี้ โดย น.อ.วันชัย กล่าวว่า เป็นเพราะตนเดินทางมาแจ้งความที่ สน.เมื่อวันศุกร์ที่ 20 พ.ย. จึงได้รับรู้ว่า ทาง “ตี๋ ทีเด็ด 99” ได้แจ้งความไว้ก่อนหน้านี้แล้วในคืนวันเกิดเหตุ ทั้งที่ตนถูกรุม 1 ต่อ 10 อาจถึง 1 ต่อ 20 ด้วยซ้ำ  เจ้าหน้าที่บอกว่า ตี๋ ต้องการเคลียร์  เมื่อทราบเรื่องแล้วตนก็ไม่มีปัญหา  เคลียร์ได้เป็นเรื่องดี สำหรับตนเรื่องราวที่เกิดขึ้นก็เหมือนกับเด็กๆทะเลาะกันชกต่อยกันเป็นเรื่องของอารมณ์ ก่อนย้ำ "สำหรับผมแล้ว จบก็คือจบ ไม่มีติดใจ"

ขอบคุณภาพจาก ชาคร ห่อวโณทยาน (มวยสยาม)

อย่างไรก็ตามในเรื่อง การทำหน้าที่กรรมการนั้น ตนเคยพูดเอาไว้นานแล้วว่า ถ้าหากตนทุจริตในหน้าที่ก็พร้อมที่จะยื่นคอให้ตัดได้เลย ทุกการปฏิบัติหน้าที่ไม่ว่าจะเป็นงานราชการหรือหน้าที่การเป็นกรรมการ ความซื่อสัตย์นั้นคือหัวใจที่ทำให้ชีวิตเจริญรุ่งเรือง ไม่ว่าจะเดินไปที่ไหน ตนจึงเดินอย่างเชิดหน้าไม่มีก้มหัวหรือยืนกุมให้กับใคร โดยเฉพาะเซียนมวย เรื่องนี้ตนขอเอาเกียรติภูมิความเป็นนักชกทีมชาติ และหน้าที่ราชการวางเป็นเดิมพันได้เลย สำหรับตน เกียรติภูมิมันยิ่งกว่าชีวิตเสียอีก แต่ให้เอาชีวิตไปก่อน

สำหรับการจะกลับมาปฏิบัติหน้าที่กรรมการอีกหรือไม่ เรื่องนี้ต้องขอปรึกษากับ ภรรยาผม “กู่ วิมล ผ่องศรี เสียอีก ความจริงทุกวันนี้ตนอยู่กับครอบครัวมีความสุขดี มีภรรยาดี และหลานก็กำลังน่ารัก  แต่ในขณะเดียวกัน “โด่ง” วรศักดิ์ ภักดีคำ ประธานเทคนิคของเวทีราชดำเนิน กับผมนี่ก็ยิ่งกว่าเพื่อนสนิท มองตาก็รู้จัก เขาเป็นคนดีมากๆ ทั้งมีความซื่อสัตย์ในหน้าที่ตรงกัน เขาไม่ได้เอ่ยปากอะไร ผมก็เข้าใจ

แต่สมมุติ เป็นการสมมุตินะครับ ผมกลับไปทำหน้าที่อีก และบังเอิญต้องตัดสินมวย ตี๋ ที่เด็ด 99  เกิดเกมการชกคู่คี่สูสีกันออกได้ 3 หน้า หรือได้เปรียบเสียิปรียบกันเล็กน้อย ถ้าผมให้ มวยตี๋ แพ้ ก็จะถูกมองว่า ผมยังคิดพยาบาทจองเวร แต่ถ้าผมให้มวย ตี๋ ชนะก็กลายเป็นว่า ผมกลัว ตี๋  แม้ว่าความเป็นจริง ผมทำหน้าที่ทุกครั้ง ผมจะลืมหน้าใครเป็นหัวหน้า ใครเอยู่ฝั่งใคร  แต่ในเรื่องคนมันจะครหา ก็ยากจะห้ามได้ ตรงนี้ต่างหากที่จะลำบากใจทั้งตัวผมและคนอื่น