แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่แห่งเวทีพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ กำลังจะมีในสิ่งที่พวกเขาไม่เคยมีนับตั้งแต่ขายโรเมลู ลูกากู ดาวยิงของเขาไปให้กับอินเตอร์ มิลาน ยอดทีมแห่งอิตาลี

             อองโตนี่ มาร์กซิยาล อาจต้องเผชิญกับการแข่งขันเพื่อให้ได้ลงสนามให้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับนักเตะที่เพิ่งเซ็นสัญญาเข้ามาใหม่อย่าง เอดินสัน คาวานี่ และปฏิกิริยาของแข้งชาวฝรั่งเศสรายนี้จะเป็นกุญแจสำคัญสำหรับทีม

             ตอนที่โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ คืนเสื้อหมายเลข 9 ให้กับมาร์กซิยาล ในช่วงซัมเมอร์ปี 2019 ถือเป็นการแสดงความศรัทธาครั้งสำคัญในตัวกองหน้าของปีศาจแดงรายนี้ เพราะก่อนหน้านี้ มาร์กซิยาล คล้ายจะเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่จะย้ายออกจากจากสโมสรไปเมื่อสิ้นสุดฤดูกาล 2018/19 เมื่อโซลชาร์ออกโรงตำหนิผู้เล่นหลายคนของเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากพ่ายแพ้อย่างน่าอนาถที่เอฟเวอร์ตัน 

             แต่แทนที่จะขายมาร์กซิยาล โซลชาร์ กลับให้โอกาสและส่งเสริมเขา แต่กลับกลายเป็น โรเมลู ลูกากู ที่ย้ายไปอินเตอร์มิลานแทนและมาร์กซิยาลก็กลายเป็นจุดศูนย์กลางของแนวรุกของแมนฯ ยูไนเต็ด ที่สร้างขึ้นจากความเร็ว การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่สามารถพูดได้ว่าไม่ประสบความสำเร็จแม้ว่าทุกคนจะยังไม่เชื่อมั่นเกี่ยวกับข้อดีของมาร์กซิยาลในฐานะหมายเลข 9 ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ตาม

            นับตั้งแต่เริ่มต้นฤดูกาลที่แล้ว กองหน้าชาวฝรั่งเศสทำไป 25 ประตูให้กับสโมสรและรวมตัวเป็นสามประสานแนวรุกที่น่าเกรงขามร่วมกับ มาร์คัส แรชฟอร์ด และ เมสัน กรีนวู้ด ความสำเร็จของลูกากูในอิตาลีซึ่งเขาทำไป 41 ประตูในช่วงเวลาเดียวกันไม่ควรนำมาเทียบกับมาร์กซิยาล เพราะลูกากูนั้นฟิตกว่ามากสำหรับทีมของอินเตอร์ มิ
ลาน เมื่อเทียบกับที่เขาเคยเป็นตอนอยู่กับแมนฯ ยูไนเต็ด ของโซลชาร์

             แต่ในการขายลูกากูนั้น สิ่งที่แมนฯ ยูไนเต็ด สูญเสียไปก็คือการแข่งขัน แรชฟอร์ดและกรีนวู้ดสามารถเล่นหน้าเป้าได้ แต่โดยทั่วไปแล้วพวกเขาจะออกสตาร์ทในตำแหน่งริมเส้นของสามประสานในแดนหน้า และไม่ถือว่าเป็นคู่แข่งกับมาร์กซิยาลเพราะพวกเขามักจะได้ออกสตาร์ทในแนวรุกพร้อมกัน โอดิออน อิกาโล่ มาถึงในเดือนมกราคมและผลงานในช่วงแรกของเขาในบอลถ้วยนั้นน่าประทับใจ แต่เขาก็ไม่ถือเป็นคู่แข่งที่จะมาแย่งชิงตำแหน่งกับมาร์กซิยาลย่างจริงจัง อย่างไรก็ตาม สิ่งต่างๆ นั้นกำลังจะเปลี่ยนไป

            คาวานี่ อาจจะอายุ 33 ปีแล้ว แต่เขาไม่ได้สูญเสียความกระหายอย่างที่เคยขับเคลื่อนเขาสู่ความสำเร็จที่นาโปลี และ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง กองหน้าชาวอุรุกวัยเป็นผู้ทำประตูได้โดยธรรมชาติ, มีความเป็นธรรมชาติมากกว่ามาร์กซิยาล และในขณะที่เขามีคุณสมบัติที่แตกต่างในฐานะกองหน้า เขาก็ยังให้ความรู้สึกว่าสามารถเพิ่มการแข่งขันเพื่อตำแหน่งดังกล่าวได้อย่างแน่นอน เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา มาร์กซิยาลยังคงถูกวิพากษ์วิจารณ์อยู่เลยเมื่อ พอล สโคลส์ ตั้งคำถามถึงบทบาทของเขาในฐานะศูนย์หน้าระหว่างเกมพ่ายอิสตันบูล บาซาคเซฮีร์ 2-1 อย่างน่าผิดหวัง

             "การเคลื่อนที่จากหน้าเป้าแทบจะไม่มีอยู่จริง" สโคลส์กล่าวกับ BT Sport "อองโตนี่ มาร์กซิยาล จำนวนครั้งที่ผมมองหาตอนที่กองกลางได้บอล เขาแค่ยืนอยู่ระหว่างเซ็นเตอร์ฮาล์ฟสองคนโดยไม่ทำอะไรเลย" "ผมเป็นแฟนตัวยงของมาร์กซิยาลนะ แต่หลายครั้งที่ผมเงยหน้าขึ้นมองและเห็นเขากำลังเดินอยู่ เขาต้องตระหนักว่าเขาเป็นหน้าเป้านะ ทุกครั้งที่คุณต้องเคลื่อนไหวหากคุณจะทำประตู" "คุณไม่สามารถเดินไปข้างหน้าเซ็นเตอร์แบ็คสองคนโดยไม่ทำอะไรเลย" "เมื่อผู้เล่นมิดฟิลด์มีเวลาอยู่กับบอล ผมมองขึ้นไปและพบว่าเขากำลังเดินอยู่ แรชฟอร์ดกำลังวิ่งมาหาบอล มันไม่ใช่จุดแข็งของเขา บางครั้งผู้เล่นที่มีประสบการณ์อย่างมาติชต้องบอกพวกเขา คือแทบจะต้องสอนพวกเขาตลอดทั้งเกม"

             คาวานี่ เล่นเป็นกองหน้าบ่อยพอที่การเคลื่อนที่ของเขาจะกลายเป็นเรื่องง่ายๆ และเป็นธรรมชาติสำหรับเขาไปแล้วในตอนนี้ และนี่คือส่วนที่เขาสามารถช่วยมาร์กซิยาลและกรีนวู้ดในสนามซ้อมของแคร์ริงตันได้ แต่เขาไม่ได้เซ็นสัญญาให้แมนฯ ยูไนเต็ด เพื่อเป็นตัวเลือกบนม้านั่งสำรองและเป็นที่ปรึกษาในการฝึกซ้อม เขาจะยังคงรู้สึกว่าเขามีบทบาทในสโมสรและจะมาแข่งขันกับมาร์กซิยาลอย่างจริงจังสำหรับตำแหน่งตรงนั้น นับตั้งแต่รับเสื้อหมายเลข 9 กลับคืนมา มาร์กซิยาล ก็ไม่ได้มีความกดดันใดๆ ในตำแหน่งของเขา แต่นั่นอาจกำลังจะเปลี่ยนไป