สภากรรมการบอลสุดแฮปปี้การถ่ายทอดสดผ่าน “1 Play Sport” ใน 15 ประเทศทั่วเอเชีย โดย อินโดนีเซีย คนเข้าดูสดผ่าน เฟสบุ๊ค และยูทิวป์เยอะที่สุดนัดละ 2.5 แสนคน ส่วนยอดการเข้าถึงทะลุกว่า 6.6 ล้านคน การรับชมมีถึงกว่า 1 ล้าน แถมมีมติตั้งสภากรรมการใหม่แทนคนเก่า

เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2563 เวลา 13.00 น. ที่ห้องประชุมชั้น 1 ภายในสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้มีการประชุมสภากรรมการ ประจำเดือนพฤศจิกายน 2563  โดยมี พล.ต.อ.ดร. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฯ เป็นประธาน พร้อมด้วย นายพาทิศ ศุภะพงษ์ เลขาธิการสมาคมฯ

ภายในการประชุมดังกล่าว มีเรื่องสำคัญที่แจ้งต่อสภากรรมการรับทราบ ถึงกำหนดการขึ้นทะเบียนนักกีฬา ครั้งที่ 2  ระดับ ไทยลีก 3 จะเปิดขึ้นทะเบียนนักกีฬาได้ ตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายน 2563 ถึง วันที่ 27 ธันวาคม 2563 และ ระดับไทยลีก 1 - ไทยลีก 2 จะเปิดขึ้นทะเบียนนักกีฬา ได้ตั้งแต่วันที่ 23 ธันวาคม 2563 ถึง วันที่ 5 มกราคม 2564

ส่วนสิทธิการเปลี่ยนแปลงนักกีฬา ครั้งที่ 2 (เฉพาะในฤดูกาล 2020 ) ตามระเบียบว่าด้วยการจัดการแข่งขันกีฬาฟุตบอลลีกอาชีพ และกีฬาฟุตบอลทุกรายการ ประจำปี 2563 (ฉบับชั่วคราว) ฉบับวันที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ.2563 มีดังนี้


 
ระดับ ไทยลีก 1 - ไทยลีก 2 สามารถเปลี่ยนแปลงได้ไม่เกินทีมละ 10 คน โดยเป็นนักกีฬาฟุตบอลสัญชาติไทย 5 คน และสัญชาติอื่นไม่เกิน 5 คน หรือจะเป็นสัญชาติไทยทั้งหมด 10 คนก็ได้

ระดับ ไทยลีก 3 สามารถเปลี่ยนแปลงได้ไม่เกินทีมละ 10 คน โดยเป็นนักกีฬาฟุตบอลสัญชาติไทย 7 คน และสัญชาติอื่นไม่เกิน 3 คน หรือจะเป็นสัญชาติไทยทั้งหมด 10 คนก็ได้

ทั้งนี้ ถ้าใช้สิทธิในการขึ้นทะเบียนนักกีฬาสัญชาติไทยเต็มจำนวน จะไม่สามารถใช้สิทธิเปลี่ยนนักกีฬาต่างชาติแทนนักกีฬาสัญชาติไทยในครั้งที่ 2 ได้

สำหรับ สิทธิในการโอนย้ายนักกีฬา สามารถขึ้นทะเบียนได้ 3 สโมสร เฉพาะในฤดูกาล 2020 และให้นับรวมสิทธิการขึ้นทะเบียนครั้งที่ 1 รวมอยู่ในสิทธิการขึ้นทะเบียนทั้ง 3 ครั้งด้วย 

นอกจากนี้ที่ประชุมสภากรรมการ รับทราบ เรื่องการตรวจเชื้อโควิด-19 สำหรับนักกีฬา ครั้งที่ 2 ดังนี้

ระดับ ไทยลีก 3 ให้ส่งรายชื่อหลัง Transfer Window ปิด ในวันที่ 28 ธันวาคม 2563 และทำการส่งตรวจ ในวันที่ 4-5 มกราคม 2564

ระดับ ไทยลีก 1 และ ไทยลีก 2 ให้ส่งรายชื่อหลัง Transfer Window ปิด ในวันที่ 6 มกราคม 2564 และทำการส่งตรวจ ในวันที่ 7-8 มกราคม 2563


 
ที่ประชุมสภากรรมการ ยังได้รับทราบ ข้อมูลสรุปผู้ชมการแข่งขันฟุตบอลโตโยต้าไทยลีก ผ่าน “1 Play Sport” หลังถ่ายทอดสดผ่านระบบออนไลน์ Facebook และ Youtube ใน 15 ประเทศทั่วเอเชีย เป็นระยะเวลา 7 สัปดาห์ จำนวน 28 นัด ปรากฏว่า มียอด Reach (เข้าถึง) รวม Facebook และ Youtube กว่า 6.6 ล้านคน / เฉลี่ยนัดละ 250,000 คน และมียอด View (รับชม) รวม Facebook และ Youtube กว่า 1 ล้านคน / เฉลี่ยนัดละ 18,000 คน

สำหรับประเทศที่ยอด View (รับชม) รวม Facebook และ Youtube มากที่สุด อันดับ 1 คือ อินโดนีเซีย จำนวน 250,000 คน, อันดับ 2 ฟิลิปปินส์ จำนวน 73,000 คน, อันดับ 3 จำนวน 72,000 คน และ อันดับ 4 มาเลเซีย จำนวน 69,000 คน

ส่วนประเด็นอื่นๆ ในการประชุมสภากรรมการ ได้มีมติแต่งตั้ง นายธนศักดิ์ สุระประเสริฐ เป็นอุปนายกฝ่ายสื่อสารองค์กรสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ และมีมติแต่งตั้งกรรมการกลางแทนตำแหน่งที่ว่างลง ประกอบด้วย นายศศิศ สิงโตทอง ผู้จัดการทีม สโมสร ชลบุรี เอฟซี และ นายพงษ์ศักดิ์  มูลสาร ประธานสโมสร อุบล ครัวนภัส เอฟซี รวมท้ัง สภากรรมการได้มีมติแต่งตั้ง นายยุทธนา หยิมการุณ เป็นอุปนายกฝ่ายจัดการแข่งขันและยังมีมติให้ พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน เป็นประธานคณะกรรมการศึกษากรณีที่ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) แนะนำให้ประเทศสมาชิก แก้ไขปรับปรุง การจัดวางหมวดหมู่ และหัวข้อ ในข้อบังคับลักษณะปกครอง ของแต่ละประเทศสมาชิก ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันกับสากล สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน และเป็นไปในรูปแบบที่คล้ายคลึงกับข้อบังคับของฟีฟ่า  

ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์สูงสุดของสโมสรสมาชิกของแต่ละประเทศสมาชิก ในกรณีที่เมื่อเกิดการร้องเรียนไปยังฟีฟ่า ทางฟีฟ่าจะสามารถตรวจสอบข้อเท็จจริง ได้ถูกต้องและรวดเร็วมากยิ่งขึ้นอีกด้วย