สมาคมกีฬามวยสากล เปิดไฟเขียวนักมวยสากลทีมชาติไทย ลงแข่งศึกมวยสากลชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทยได้ ยกเว้นนักชกที่ได้โควต้าไปแข่งโอลิมปิกเกมส์ 2021 เพื่อเป็นการยกระดับนักมวยในประเทศ

เมื่อวันที่ 29 ต.ค. 63 ที่สมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย ชั้น 15 การกีฬาแห่งประเทศไทย พล.อ.อ.ระพีพัฒน์ หลาบเลิศบุญ อุปนายกสมาคมสมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานการประชุม พร้อมด้วย พล.ท.อุชุกร สาครนาวิน รองเลขาธิการสมาคมฯ
และ นายวินัย รอดจ่าย อุปนายกสมาคมฯ ร่วมประชุม โดยที่ประชุมได้มีการหารือเกี่ยวกับความคืบหน้าการเตรียมจัดการแข่งขันมวยสากลชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย หลังประสบปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จึงทำให้การเตรียมความพร้อมในทุกๆ ด้านตามระเบียบของศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด19 (ศบค.) และนโยบายของรัฐบาลอย่างเคร่งครัด

โดย พล.อ.อ.ระพีพัฒน์ กล่าวว่าหลังจากเปิดรับสมัครมาประมาณ 1 เดือน ได้รับความสนใจจากสโมสรสมาชิก มีทีมที่มาสมัครทั้งสิ้น 21 ทีม โดยแบ่งเป็นทีมจาก 4 เหล่าทัพ ทั้งสโมสรกองทัพบก, สโมสรราชนาวี, สโมสรตำรวจและสโมสรทหารอากาศ และทีมจากประชาชนทั่วไป 

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีมติให้นักชกทีมชาติไทยสามารถชกได้ ยกเว้นนักชกที่ได้โควต้าไปโอลิมปิกเกมส์ 2021 ที่ประเทศญี่ปุ่น เพื่อเปิดโอกาสให้นักชกดาวรุ่งมีโอกาสลับหมัดกับรุ่นพี่ทีมชาติ ส่วนในเรื่องของด้านสาธารณสุข ฝ่ายจัดการแข่งขันกำชับให้ปฎิบัติตามนโยบายของศบค.อย่างเคร่งครัด เช่น ต้องสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า เข้ามาในบริเวณการแข่งขัน และมีเจลล้างมือตามจุดต่างๆรวมถึงมีการวัดอุณหภูมิก่อนเข้าสนามแข่งขัน

สำหรับเงินรางวัลในการแข่งขัน รางวัลชนะเลิศ เหรียญทอง รับ 8,000 บาท, เหรียญเงิน 6,000บาท และเหรียญทองแดง 3,000บาท ส่วนเงินบำรุงทีม ในนามสโมสรทีมละ 15,000 บาท นักชกที่ส่งในนามอิสระ รับคนละ 2,000 บาท ส่วนนักชกยอดเยี่ยม ได้รับ 5,000 บาท

ทั้งนี้ การแข่งขันมวยสากลชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ปีนี้จะแข่งขันในวันที่ 16-22 พ.ย.นี้ ที่ศูนย์ฝึกกีฬามวยแห่งชาติมวกเหล็ก จ.สระบุรี โดยแบ่งออกเป็นชาย 6 รุ่น ประกอบด้วย รุ่น 49 กก., รุ่น 52 กก., รุ่น 57 กก., รุ่น 63 กก., รุ่น 69 กก. และ รุ่น 75 กก. ขณะที่ประเภทหญิงแข่งขัน 5 รุ่น ประกอบด้วย รุ่น 48 กก., รุ่น 51 กก., รุ่น 57 กก., รุ่น 60 กก. และ รุ่น 69 กก.