ริอาน บรูว์สเตอร์ กองหน้าตัวใหม่ของเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ออกมาเผยถึงสาเหตุที่ทำให้เจ้าตัวตัดสินใจย้ายออกจากลิเวอร์พูลไปร่วมทัพ 'ดาบคู่' เมื่อช่วงซัมเมอร์นี้ก่อนที่จะเดินทางไปเยือนถิ่นแอนฟิลด์ในศึกพรีเมียร์ ลีก คืนนี้

             ริอาน บรูว์สเตอร์ ยินดีที่จะแลกเหรียญรางวัลกับการได้มีโอกาสลงสนามในตอนที่เขาย้ายจากลิเวอร์พูลไปเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ด้วยราคาที่เป็นสถิติสโมสร 23.5 ล้านปอนด์ ทั้งนี้แข้งวัย 20 เป็นส่วนนึงของลิเวอร์พูลชุดคว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก และ ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ คัพ เมื่อปีที่แล้วและแม้ว่าเขาจะมีเหรียญรางวัลติดตัวมากกว่านักเตะอีกหลายๆ คนที่สามารถทำได้บนเส้นทางค้าแข้งของพวกเขา แต่กระนั้นเจ้าตัวกลับปฏิเสธโอกาสที่จะคว้าเหรียญแชมป์เพิ่มให้กับตัวเองในนามหงส์แดงเพื่อที่จะได้มีโอกาสลงเล่นมากขึ้นกับทัพ 'ดาบคู่'

             บรูว์สเตอร์ ไม่ต้องการกลายเป็นตัวสำรองอดทนที่ลิเวอร์พูลและได้เล่นแต่ในบอลถ้วย หลังจากที่ทำไป 11 ประตูจาก 22 เกมในการยืมตัวกับสวอนซีเมื่อฤดูกาลที่แล้ว และในที่สุดเขาก็จะได้ลงเล่นพรีเมียร์ ลีก ที่แอนฟิลด์ในวันนี้ (เสาร์ที่ 24 ตุลาคม 2563) เมื่อกลับไปเยือนทีมเก่าและเจ้าตัวก็ยืนยันว่าเขาตัดสินใจถูกต้องแล้ว

             “ผมสามารถอยู่ต่อได้เพราะผมยังมีสัญญา แต่ในวัยของผมตอนนี้ในช่วงอาชีพของผมตอนนี้ ผมต้องการได้ลงเล่น” กองหน้าผู้ซึ่งลงเล่นให้ลิเวอร์พูลเพียงสี่นัดกล่าว “นี่เป็นโอกาสที่ยอดเยี่ยมและเมื่อมันมาถึง ผมก็รู้สึกว่ามันดีเกินกว่าที่จะปล่อยให้มันผ่านไป” “สำหรับผมไม่มีอะไรดีไปกว่าการได้ลงเล่นทุกๆ สัปดาห์และเมื่อคุณได้ลิ้มรสการเล่นอย่างสม่ำเสมอแล้วคุณก็จะอยากทำอย่างนั้นต่อไป" “ผมมีประสบการณ์ที่ดีที่สวอนซีและไม่ต้องการกลับไปเป็นแค่ผู้เล่นในทีมคนนึง ผมมีแรงผลักดันบางอย่างและต้องการที่จะให้เส้นทางค้าแข้งของผมก้าวไปข้างหน้า" "และผมรู้สึกว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้ผมก็ต้องทำให้ตัวเองได้โอกาสที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ในการเล่น ผมคุยกับบอสที่ลิเวอร์พูลและเขาก็เห็นด้วยกับผม ดังนั้นเมื่อโอกาสนี้เข้ามาผมจึงไม่สามารถปฏิเสธได้”

             บรูว์สเตอร์ ที่ได้ประเดิมสนามให้ทัพ 'ดาบคู่' ในฐานะตัวสำรองในเกมกับฟูแล่มเมื่อวันอาทิตย์ที่แล้วเผยว่า เขาได้เรียนรู้มากมายจากเจอร์เก้น คล็อปป์, สตาฟฟ์โค้ชของเขาและนักเตะอย่าง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน และ เจมส์ มิลเนอร์ เขายังอ้างว่าพวกเขาสอนเขาว่าผู้เล่นต้องทำงานหนักมากขนาดไหนเพื่อคว้าแชมป์ไม่ว่าพวกเขาจะมีความสามารถแค่ไหนก็ตาม

             “การได้อยู่กับทีมทุกวันและดูว่าผู้เป็นแชมป์ปฏิบัติตัวกันอย่างไรมันเป็นประสบการณ์ที่ดีสำหรับผม” เขากล่าว “ผมรู้ดีว่าต้องใช้ความพยายามมากแค่ไหนในการคว้าแชมป์ลีก ผมได้เห็นมาตรฐานนั้นแล้ว นั่นจึงเป็นประโยชน์ต่อตัวผม" "เมื่ออยู่บนม้านั่งสำรอง คุณจะรู้สึกถึงบรรยากาศของโอกาสนั้น แน่นอนสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากคว้าแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีก ก็คือได้ดูด้วยตาตัวเองว่า มันมีความหมายต่อทีมมากขนาดไหนและความพยายามที่จะไปถึงที่นั่น" "มันเป็นประสบการณ์ที่ดีที่ได้ประจักษ์ด้วยตาตัวเอง"

             คริส ไวล์เดอร์ มั่นใจว่าบรูว์สเตอร์ จะทำผลงานได้คุ้มค่าตัวและอดีตผู้เล่นจากอะคาเดมี่ของเชลซีรายนี้ยังทำประตูได้อย่างสม่ำเสมอในทุกระดับก่อนจะก้าวขึ้นมา เขายังคว้ารางวัลรองเท้าทองคำในการแข่งขันฟุตบอลโลกชุดอายุต่ำกว่า 17 ปี เมื่อปี 2017 โดยทำไป 8 ประตูให้ทีมชาติอังกฤษที่คว้าแชมป์โลกชุดนั้น และยังเคยติดทัพ 'สิงโตคำราม' ชุดอายุต่ำกว่า 16 ปีและต่ำกว่า 21 ปีอีกด้วย