"บิ๊กนาย" ธเนศ เครือรัตน์ ประธานสโมสร ศรีสะเกษ เอฟซี ชี้แจงถึงสาเหตุที่ผลงานห่วย ไม่โทษ "โค้ชชู" พร้อมบอกตอนนี้ปัญหารุมเร้าทุกด้าน ทั้งเรื่องนักเตะ, เงินทำทีม, และคดีความในศาล

หลังจากที่ "กูปรีอันตราย" ศรีสะเกษ เอฟซี ทำผลงานได้ย่ำแย่ในไทยลีก 2 เมื่อออกสตาร์ทหลังพักเบรคโควิด-19 มา 4 นัด ก็แพ้รวดทั้ง 4 นัด อันดับหล่นไปอยู่ที่ 15 ของตารางคะแนน มี 7 แต้ม จาก 8 นัด

ล่าสุด "บิ๊กนาย" ธเนศ เครือรัตน์ ประธานสโมสร ศรีสะเกษ เอฟซี ได้ชี้แจงปัญหาที่เกิดขึ้นผ่านทางแฟนเพจ ธเนศ เครือรัตน์ ว่า 

"สวัสดีแฟนบอลชาวศรีสะเกษ เอฟซีที่เคารพรักทุกท่านครับ เนื่องจากผลงานการแข่งขันฟุตบอลในช่วง 3-4 เกมที่ผ่านมา ยังไม่ประสบความสำเร็จ เราแพ้มาทุกนัด ผมก็เลยอยากทำความเข้าใจถึงปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น

"เรื่องแรกที่พูดกันอยู่ตลอด คือ ผู้เล่นต่างชาติ ก็เป็นคนที่โค้ชเลือกมาเอง ผมไม่เคยไปยุ่งเกี่ยวอะไรเลย ไม่ว่าจะเป็นโค้ชคนไหนก็แล้วแต่ ผมจะให้โค้ชเป็นคนตัดสิน ผมจะพูดกับโค้ชทุกคนว่า ตัวต่างชาติจะเป็นตัววัดความสำเร็จของคุณ" 

"แต่ปีนี้เห็นใจโค้ช เนื่องจากผู้เล่นจำกัด เพราะว่าต้องหาคนในประเทศเท่านั้น วัลซี่ จูเนียร์  เคยอยู่ในทีมศรีสะเกษ เอฟซีมาแล้ว เราจะยังมีสัญญาเขาไปจนถึงเดือน ธ.ค.63 เท่านั้นเอง ผมและคณะผู้บริหารทุกคนไม่มีส่วนในการตัดสินใจ และไม่ได้โทษโค้ชด้วย เพราะโค้ชพยายามหาตัวที่ดีที่สุดอยู่แล้วในเวลาที่จำกัด"

"ส่วนประเด็นต่อมาคือเรื่องโค้ช ทีมกำลังจะเดินทางไปแข่งขันฟุตบอลเอฟเอคัพที่ขอนแก่น ทางโค้ชได้แจ้งมาแล้วว่าเขาจะไม่ได้เดินทางไปด้วย คงจะมีผู้ช่วยโค้ชคือ อ.ปรีดา ไปแค่คนเดียว ก็ไม่ได้อะไร เราชคิดว่าเราจะสู้แบบนี้ และจะทำให้ดีที่สุด"

"จริงๆ โค้ชชู ชูศักดิ์ ศรีภูมิ เรียนตรงๆว่ามีผู้หลักผู้ใหญ่ฝากมา ถ้ายังไม่มีโค้ชก็ลองคนนี้ดูก็ได้ เขาใช้ได้ ผมไปดูประวัติ เขาพาทีมสุโขทัย เอฟซีเลื่อนชั้น ใหม่ๆเขาพาระยอง เอฟซีเลื่อนชั้น แต่ว่าการประสมประสานผู้เล่นให้ลงตัวมันเป็นเรื่องที่ยากมาก ความลงตัวอันนี้คือหน้าที่โค้ช เขาตัดสินใจไปเอง เคยติดต่อโค้ชในไทยลีกคนนึงไป เขาบอกมาไม่ได้เนื่องจากศรีสะเกษไกลไป ส่วนโค้ชต่างชาติดูจะไม่เหมาะกับศรีสะเกษด้วย ต้องติดตามต่อไปว่าเราจะเอาใครมาทำหน้าที่ต่อไป"

"ส่วนประเด็นสุดท้ายคือเรื่องบอร์ดบริหาร มีคนพูดว่า ประธานออกไป อยู่ไปก็ไม่เจริญ ผมเรียนแบบนี้ว่า ผมไม่ได้มีปัญหาอะไร ผมไม่ได้อยากอยู่เพื่อที่จะมาเป็นประธานตรงนี้ แต่ที่ผมมาเพราะถือว่าผมทำตามหน้าที่ ผมก็ทำให้ดีที่สุด ทีมเราใช้เงินเดือนๆละ 2 ล้านกว่าบาท ปีนึงก็ 20-30 ล้านบาท ตอนนี้เรามีสปอนเซอร์ที่จ่ายมาแล้ว ที่เงินเข้าสโมสรแล้วเนี้ย ประมาณ 2 ล้านบาทเท่านั้นเอง ที่้เหลือทั้งหมด ผมและทีมงานก็จะต้องเป็นคนหามา ซึ่งก็ไม่น้อย ปีที่แล้วเราใช้เงินประมาณขนาดนี้่ แต่เป็นเพราะความลงตัวของผู้เล่น รวมถึงความสามารถของโค้ชก็เลยทำให้ผลงานดี"

"ดังนั้นปีนี้เราก็เป็นทีมในไทยลีก2ที่ไม่ได้ใช้งบประมาณน้อยเลย ถ้าเทียบกับทีมอื่นๆเราจะใช้มากกว่าด้วยซ้ำไป คุณภาพผู้เล่นก็อาจจะดีกว่าด้วยเพราะมีตัวไทยลีกอยู่ อยู่ที่ว่าใครจะมาเจียระไนให้ดีขึ้น" 

"ส่วนเรื่องสิทธิ์ทำทีมเราก็ยังมีปัญหาอยู่ ผมตระเวนไปหาสปอนเซอร์รายใหญ่หลายๆราย แต่พอมาติดเรื่องสิทธิ์ทำทีมมันก็เลยมีปัญหา อย่าลืมนะครับว่า ศรีสะเกษ เอฟซี ยังอยู่ในการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุดอยู่ ไม่ทราบว่าเขาจะให้สิทธิ์การทำทีมมาที่ศรีสะเกษเหมือนเดิม หรือว่าเขาจะให้ไปที่อีสาน ยูไนเต็ด สิทธิ์ทำทีมตรงนี้ก็ยังไม่จบ ดังนั้นผมจะหาใครมาลงทุน ใครเขาจะกล้ามารับผิดชอบ" 

"ต้องดูที่ข้อเท็จจริงด้วย จริงๆจุดนี้ผมก็ไม่อยากพูดเลย เพราะผมก็โดนไล่มาตลอด พอบอลแพ้ก็ไล่ผมทีนึง ผมอยู่จ่ายเงินให้ศรีสะเกษ เอฟซีเกิน 100 ล้านแล้ว จ่ายมาทุกปีๆเป็นเวลา 10 กว่าปีและก็โดนด่าทุกปีเหมือนกัน" 

"ตอนนี้ก็ต้องประคองทีมไปก่อนเพื่อดูว่าศาลปกครองจะพิจารณาอย่างไร พอหลังจากนั้นเราถึงจะคิดอ่านกันต่อไปได้เพื่อไม่ให้เกิดการฟ้องร้องในอนาคตข้างหน้าไปอีก"