แฉเหตุเงินช่วยเหลือนักมวย 15,000 บาทล่าช้า รอชัวร์ป้าด เดี๋ยวคุกถามหา

จากกรณีที่ คณะกรรมการกีฬามวย (บอร์ดมวย..ตามมาตร 5) ได้อนุมัติจ่ายเงินตามที่ นายสมชาติ เจริญวัชรวิทย์ นายกสมาคมกีฬามวยอาชีพแห่งประเทศไทย เสนอขออนุมัติต่อที่ประชุม เพื่อขออนุมัติจ่ายเงินสงเคราะห์แก่ผู้ได้รับผลกระทบไวรัสโควิด-19 และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ได้เปิดประชุมอนุมัติให้จ่ายเงินตามสมาคมมวยอาชีพฯเสนอ เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2563 ซึ่งต่อมาวันที่ 31 สิงหาคม 63 ที่ประชุมบอรด์มวยได้อนุมัติการจ่ายเงินสงเคราะห์สำหรับผู้ผ่านเกณฑ์จำนวน 1,185 คน จำนวน 17,330,000 ล้านบาท จากงบประมาณวางไว้ 20 ล้าน คงเหลือเงิน 2 ,670,000 บาท การพิจารณาจ่ายเงินเป็นไปตามระเบียบการพิจารณาของสำนักงานกีฬามวย ระเบียบราชการ โดยสมาคมได้ประสานติดตามมาโดยตลอด ส่วนเงินที่จะได้รับจ่ายครั้งเดียว คนละ 15,000 บาท และจะเริ่มโอนเข้าบัญชีในวันที่ 14 กันยายน 2563 ตามรายชื่อผู้ได้สิทธิ์ ตามที่ นายสุกฤษดิ์ แพรกรีฑาเวศน์ หรือ “ทนายมวย” หนึ่งในคณะกรรมการผู้ร่วมพิจารณาได้แจ้งข่าวไปก่อนหน้านี้แล้วนั้น

สมชาติ เจริญวัชรวิทย์

ปรากฏว่า ตลอดวันที่ 14 กันยายน เงินช่วยเหลือดังกล่าวยังไม่มีนักมวยรายใดได้รับตามที่เป็นข่าวแต่ประการใด ทำให้เกิดกระแสในโลกโซเชี่ยลมีเดียขึ้น 

ผู้สื่อข่าว SMM SPORT ติดตามสอบถามเรื่องดังกล่าวถึงสาเหตุที่เงินเยียวยาดังกล่าวทำไมนักมวยจึงยังไม่ได้ตามกำหนด โดยได้รับแจ้งจากจากแหล่งข่าวระดับสูงว่า เป็นเพราะกรณีการใช้เงินงบประมาณช่วยเหลือลักษณะนี้ การกีฬาแห่งประเทศไทย และสำนักงานกีฬามวย ในฐานะข้าราชการรัฐวิสาหกิจสังกัดสํานักนายกรัฐมนตรี ยังไม่เคยมีประสบการณ์ใช้งบลักษณะนี้มาก่อน ทำให้ต่างเกรงกลัวว่าจะมีการดำเนินการผิดขั้นตอน อาจถูกฟ้องร้องภายหลังได้ เพื่อเป็นการป้องกันตัวเองจึงได้มีการยื่นให้กฤษฎีกาช่วยตีความและพิจารณาว่าจะทำการโอนเงินช่วยเหลือจำนวนดังกล่าวไปยังนักมวยโดยทันทีได้หรือไม่? ซึ่งกฤษฎีกา ตอบกลับว่า สามารถทำได้โดยให้การกีฬาแห่งประเทศไทย, สำนักงานกีฬามวย, กองทุนพัฒนากีฬา และคณะกรรมการกลั่นกรอง ร่วมกันวินิจฉัยอนุมัติในการจ่ายตามรายชื่อและแจ้งไปยังกระทรวงการคลังเพื่อทำการจ่ายโอน

อย่างไรก็ตาม นายวิบูณ จำปาเงิน ผ.อ.สนง.กีฬามวย ยืนยันว่า เงิน 20 ล้านก้อนดังกล่าวจะยังไม่ไปไหน จะไปทำอย่างอื่นไม่ได้ ยังคงเป็นเงินเยียวยาให้กับนักมวยจะนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ไม่ได้เด็ดขาด เพียงแต่ขั้นตอนอาจล่าช้าไปเท่านั้น ส่วนจะจ่ายโอนเมื่อไหร่ ยังไม่ขอระบุกำหนดวันที่ชัดเจน