คีเลียน เอ็มบัปเป้ สุดยอดกองหน้าของปารีส แซงต์-แชร์กแมง ออกมาเผยถึงบรรยากาศในห้องแต่งตัวของทีมหลังสามารถทะลุเข้าชิงยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร

            ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ทะลุเข้าชิงยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นครั้งแรกหลังจากเอาชนะแอร์เบ ไลป์ซิก ในเกมรอบรองชนะเลิศที่เรียกว่าแทบจะไล่ถลุงอยู่เพียงฝ่ายประตูจากมาร์กินญอส, อังเคล ดิ มาเรีย และ ฆวน เบร์นาต ทำให้แชมป์จากฝรั่งเศสเอาชนะไลป์ซิก 3-0 เมื่อคืนวันอังคารที่ 18 สิงหาคม 2563 ที่ผ่านมา โดยทีมของโธมัส ทูเคิล จะเข้าไปชิงกับผู้ชนะระหว่างบาเยิร์น มิวนิก แชมป์จากเยอรมนี กับลียง ยอดทีมจากฝรั่งเศส ในวันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม 2563 ทั้งนี้เปแอสเชต้องการชูถ้วยแชมป์รายการนี้เป็นอย่างมากในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาและนักเตะอย่างคีเลียน เอ็มบัปเป้ และ ดิ มาเรีย ได้ออกมาพูดถึงชัยชนะในรอบรองชนะเลิศนัดนี้

           ดิ มาเรีย ที่กลายเป็นแมน ออฟ เดอะ แมทช์ ในเกมกับผลงาน 1 ประตู 2 แอสซิสต์ กล่าวว่า 

           "เราใส่ไปเต็มที่ 100% เรารู้ว่าด้วยพลังของเรา เราสามารถผ่านเข้ารอบได้" "เราอยู่ห่างจากการสร้างประวัติศาสตร์ให้เปแอสเชเพียงก้าวเดียว"

           ด้านเอ็มบัปเป้ เชื่อว่า อารมณ์ความรู้สึกของทีมในตอนนี้คล้ายกับตอนทีมชาติฝรั่งเศสคว้าแชมป์โลก 2018 โดยเหลืออีกแค่เกมเดียว เอ็มบัปเป้ ก็จะสามารถชูถ้วยบิ๊กเอียร์ซึ่งหากจากตอนคว้าแชมป์โลกที่รัสเซีย 2 ปีพอดี เมื่อถามว่า บรรยากาศของนักเตะระหว่าง 2 ทีมคล้ายกันหรือไม่ เจ้าตัวก็เผยว่า

           "บอกตามตรง เหมือนกันครับ เราได้รวบรวมทีมที่ทุกคนรู้จักคุณภาพของกันและกัน แต่ยังรวมถึงจุดอ่อนของเราด้วย ... ผมโชคดีที่ได้แชมป์ฟุตบอลโลกและเรามีทีมที่ยอดเยี่ยมอีกทีมที่นี่ และนี่เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่คุณมีการประเมินเพื่อนร่วมทีมของคุณเอาไว้สูง" "ผมไม่สามารถบอกคุณได้ว่าเราจะชนะในรอบชิงหรือไม่ แต่มันช่วยคุณได้"

           เนย์มาร์ ซูเปอร์สตาร์บราซิลเลี่ยนมีส่วนสำคัญอีกครั้งในชัยชนะ 3-0 ของทีม โดยเขาเป็นคนกระโดดไขว้จ่ายเข้ากลางให้ ดิ มาเรีย หลุดไปยิงด้วยซ้ายเข้าไปเป็นประตู 2-0 และเอ็มบัปเป้ก็ยกย่องเพื่อนร่วมทีมของเขาว่า

           "การได้เล่นเคียงข้างนักเตะอย่างเนย์มาร์ทำให้เรารู้สึกมั่นใจเป็นอย่างมาก เขาเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ดีที่สุดในโลกและเขาพิสูจน์ให้เห็นอีกครั้งในวันนี้ ...เราเกือบจะรุ่นเดียวกัน เรารักกันมากมัน เข้ากันได้ดี เราเคารพซึ่งกันและกัน เราสนุกด้วยกันและผมคิดว่าเราดีขึ้นและพัฒนาในฐานะทีมด้วย"

           เนย์มาร์ยังไม่ได้ทำประตูให้กับทีมเลยในช่วงที่แข่งกันที่สนามกลางอย่างกรุงลิสบอน ซึ่งทูเคิล กุนซือของทีมก็กล่าวว่า

           “ด้วยคุณสมบัติและความมั่นใจที่เขามี เขาจะกลับมาเด็ดขาดขึ้นอีกครั้ง…ผมจะบอกหรืออธิบายอะไรเขาได้ล่ะ? ผมยิงได้แค่สองประตูตลอดเส้นทางค้าแข้งของผม! ผมช่วยเขาไม่ได้จริงๆ บางทีคีเลียนอาจให้คำแนะนำเขาได้"

           ด้านติอาโก้ ซิลวา ที่ตกเป็นข่าวอย่างหนักว่าจะย้ายออกจากทีมกล่าวเพิ่มเติมว่า 

           "มีช่วงเวลาที่ยากลำบาก แต่วันนี้เราสมควรที่จะไปถึงรอบชิงชนะเลิศ" "มันเป็นประวัติศาสตร์แต่ยังไม่จบ สำหรับตอนนี้ ใช่ วันอาทิตย์เป็นนัดสุดท้ายของผม มันสำคัญมาก" "ผมเคยพูดไปแล้วว่าผมต้องการจบในยุโรปกับเปแอสเช ตอนนี้ผมรู้สึกนิ่ง หัวใจของผมจะอยู่ที่นี่ตลอดไป มันคือสีแดง-น้ำเงินตลอดไป"

           นาสเซอร์ อัล-เคไลฟี ประธานสโมสรเปแอสเช กล่าวว่า

           "มันเป็นค่ำคืนแห่งประวัติศาสตร์ของสโมสร มันงดงามมากๆ ผมภูมิใจในสโมสร นี่เป็นรอบชิงชนะเลิศครั้งแรกของเรา จริงๆ แล้วมันเป็นความฝันแต่คืนนี้จะต้องไม่หยุด" "เราใกล้เคียงกับความฝันของเราในแชมเปี้ยนส์ ลีก แฟนๆ ของเราไม่สามารถอยู่กับเราได้ แต่ชัยชนะนี้เป็นของพวกเขา"