เกิดสถิติต่างๆมากมาย หลังจบเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 8 ทีม ที่ทัพ เสือใต้ ยิงกระจุยไล่ถล่ม บาร์ซ่า แบบไม่ไว้หน้า ด้วยสกอร์มโหฬาร 8-2

  • บาเยิร์น ชนะ บาร์ซ่า 8-2 นับเป็นชัยชนะถล่มทลายมากสุดในประวัติศาสตร์ แชมเปี้ยนส์ ลีก ของรอบ 8 ทีมสุดท้าย นับตั้งแต่ฤดูกาล 2011/12 ที่ เรอัล มาดริด ชนะ อาโปเอล นิโคเซีย จากไซปรัส สกอร์รวม 2 นัด 8-2 (นัดแรกชนะ 3-0 / นัดสองชนะ 5-2)
  • บาเยิร์น มิวนิค เป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์ แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ยิงได้ 8 ประตูในรอบน็อกเอาท์ 
  • บาเยิร์น มิวนิค ยิงไปแล้ว 35 ประตูใน แชมเปี้ยนส์ ลีก ซีซั่นนี้ (2019/20) เป็นจำนวนการทำประตูใน 1 ฤดูกาลมากสุดของพวกเขาในการเล่นถ้วยนี้
  • บาเยิร์น มิวนิค ยิงไปแล้ว 155 ประตูในฤดูกาลนี้ ทุบสถิติเดิมของพวกเขาที่ยิงไว้ 152 ประตูรวมทุกรายการในฤดูกาล 1972/73 ลงเรียบร้อย 
  • บาเยิร์น มิวนิค เป็นทีมที่ 3 ที่ยิงประตูใส่ บาร์เซโลน่า ได้อย่างน้อย 5 ลูก+ ในเกมยุโรป (นับรวมทุกรายการ) ต่อจาก บาเลนเซีย ที่ชนะ 6-2 ในปี 1962 และ เลฟสกี้ โซเฟีย ที่ชนะ 5-4 ในปี 1976 
    • 29 ปี 329 วัน คือค่าเฉลี่ยอายุ 11 ผู้เล่นคนแรกของ บาร์เซโลน่า เกมกับ บาเยิร์น มิวนิค เป็นสถิติไลน์อัพตัวจริง บาร์ซ่า ที่อายุเยอะสุดในการเล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก
    • นี่เป็นครั้งแรกที่ บาร์เซโลน่า เสีย 4 ประตูในครึ่งเวลาแรกในการเล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก
    • บาร์เซโลน่า เสีย 4 ประตูใน 31 นาทีแรกของเกมเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่เดือน มกราคม ปี 1951 ที่พวกเขาแพ้ เรอัล มาดริด 1-4 ในเกม ลา ลีกา ที่สนาม ซานติอาโก้ เบร์นาเบว
    • บาร์เซโลน่า เสีย 8 ประตูในเกมเดียวเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่แพ้ เซบีย่า 0-8 ในเกม โกปา เดล เรย์ รอบ 16 ทีม เมื่อปี 1946
    • บาร์เซโลน่า แพ้ขาด 6 ประตูเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่เดือน เมษายน ปี 1951 ที่พวกเขาแพ้ เอสปันญ่อล 0-6 ในเกมลีก
    • บาร์เซโลน่า เสียอย่างน้อย 7 ประตูในเกมเดียว เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่แพ้ บาเลนเซีย 4-7 เมื่อเดือน ตุลาคม ปี 1949
    • บาร์เซโลน่า เสียอย่างน้อย 5 ประตูในเกมยุโรปเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่แพ้ เลฟสกี้ โซเฟีย จากบัลแกเรีย 4-5 เมื่อเดือน มีนาคม ปี 1976 ในถ้วย ยูฟ่า คัพ

    • โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ เป็นนักเตะคนแรกในประวัติศาสตร์สโมสร บาเยิร์น มิวนิค ที่ยิงต่อเนื่อง 8 นัดรวดในเกมยุโรป ทุบสถิติของ เจอร์เก้น คลินส์มันน์ ที่ทำไว้ 7 นัดรวดในปี 1996
    • โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ เป็นนักเตะคนที่ 4 ในประวัติศาสตร์ ยูโรเปี้ยน คัพ / แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ยิงประตูต่อเนื่อง 8 นัดรวด ต่อจาก คริสเตียโน่ โรนัลโด้ (11 นัดรวด ปี 2018 และ 8 นัดรวด ปี 2014), รุด ฟาน นิสเตลรอย (9 นัดรวด ปี 2013) และ หลุยส์ อราโกเนส (8 นัดรวด ปี 1970)
    • ฤดูกาลนี้ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ยิงไปแล้ว 14 ประตู มากสุดใน 1 ฤดูกาล แชมเปี้ยนนส์ ลีก เท่ากับ ลิโอเนล เมสซี่ ที่เคยยิงไว้ 14 ประตูในฤดูกาล 2011/12 โดย คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ครองสถิติยิงมากสุดใน 1 ฤดูกาล แชมเปี้ยนส์ ลีก ทำไว้ 17 ประตูในฤดูกาล 2013/14 
    • โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ เป็นนักเตะคนที่ 5 ที่ยิงประตูถึง 50 ลูกใน แชมเปี้ยนส์ ลีก ในการเล่นเพียงสโมสรเดียว ต่อจาก ลิโอเนล เมสซี่, คริสเตียโน่ โรนัลโด้, ราอูล กอนซาเลซ และ คาริม เบนเซม่า

    • โธมัส มุลเลอร์ ยิงประตูในการเจอกับ บาร์เซโลน่า ในเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก ไปแล้ว 6 ลูก มากสุดเหนือผู้เล่นทุกคนที่เคยยิงประตูใส่ บาร์ซ่า
    • โธมัส มุลเลอร์ ลงเล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดที่ 113 ทุบสถิติของ ฟิลิปป์ ลาห์ม (112 นัด) เป็นนักเตะสัญชาติเยอรมัน ที่ลงเล่นรายการนี้มากที่สุดเรียบร้อย รองลงมา มานูเอล นอยเออร์ (109 นัด), โอลิเวอร์ คาห์น และ โทนี่ โครส (103 นัดเท่ากัน)
    • โธมัส มุลเลอร์ ยิงไปแล้ว 23 ปรตูในรอบน็อกเอาท์ แชมเปี้ยนส์ ลีก มากสุดเป็นอันดับที่ 3 รองจาก คริสเตียโน่ โรนัลโด้ (67) และ ลิโอเนล เมสซี่ (47)

    • ลิโอเนล เมสซี่ ลงเล่นรอบ 8 ทีม แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นนัดที่ 23 ทำสถิติลงเล่นในรอบนี้มากสุดเหนือนักเตะทุกคน (นับรวม ยูโรเปี้ยน คัพ) แซงหน้า อันเดรส อิเนสต้า อดีตเพื่อนร่วมทีม บาร์เซโลน่า เรียบร้อย (22 นัดเท่ากับ เกราร์ด ปีเก้)
    • เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ฤดูกาล 2004/05 ที่ไม่มี ลิโอเนล เมสซี่ หรือ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ คนใดคนหนึ่ง ลงเล่นใน รอบรองชนะเลิศ แชมเปี้ยนส์ ลีก 
    • เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่มี 3 กุนซือจากชาติเดียวกัน คือ เยอรมัน คุมทีมลงเล่นในรอบรองชนะเลิศ ฮันซี่ ฟลิก (บาเยิร์น มิวนิค), ยูเลี่ยน นาเกลส์มันน์ (แอร์เบ ไลป์ซิก) และ โธมัส ทูเคิ่ล (ปารีส แซงต์-แชร์กแมง)
    • เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ปี 2007 ที่ไม่มีทีมจากประเทศสเปน ผ่านเข้ามาเล่นใน รอบรองชนะเลิศ แชมเปี้ยนส์ ลีก