มีรายงานข่าวจากประเทศอังกฤษที่เผยว่า มี 2 ยอดทีมแห่งพรีเมียร์ ลีก ที่เป็นแกนนำในการคัดค้านการเทคโอเวอร์สโมสรนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ของกลุ่มทุนจากซาอุดิ อาระเบีย

             มีรายงานว่า ลิเวอร์พูล และ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ คือ 2 แกนนำของ 10 สโมสรในพรีเมียร์ ลีก ที่คัดค้านการเทคโอเวอร์สโมสรนิวคาสเซิลมูลค่า 300 ล้านปอนด์ จากกลุ่มทุนซาอุดิ อาระเบีย

             เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 30 กรกฎาคม 2563 ที่ผ่านมา เดอะ แม็กพายส์ ถึงกับช็อคกับแถลงการณ์จาก กองทุน Public Investment Fund (PIF) ซึ่งเป็นกองทุนความมั่งคั่งของรัฐบาลซาอุดี อาระเบีย, บริษัทPCP Capital Partners และ Reuben Brothers (รูเบน บราเธอร์ส) ถึงการตัดสินใจยุติการเจรจาเทคโอเวอร์สโมสร นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด โดยแถลงการณ์กล่าวว่า

             "ด้วยความเคารพอย่างสูงต่อชุมชนของนิวคาสเซิล และความสำคัญของสโมสรฟุตบอลแห่งนี้ พวกเราได้ตัดสินใจร่วมกันที่จะยุติความสนใจในการเข้าถือครองสโมสรฟุตบอล นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด" "พวกเราตัดสินใจด้วยความเสียใจอย่างสุดซึ้ง จากความรู้สึกตื่นตัวและมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ที่จะลงทุนในเมืองที่ยิ่งใหญ่อย่างนิวคาสเซิล และความเชื่อที่ว่าเราจะสามารถนำพาสโมสรกลับไปสู่ตำแหน่งที่คู่ควรกับประวัติศาสตร์, ธรรมเนียม และเกียรติภูมิของแฟนบอล" "เป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่ขั้นตอนอันยืดเยื้อนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสภาวการณ์ปัจจุบันและความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลกที่ส่งผลให้การลงทุนดังกล่าวนั้นไม่มีประสิทธิภาพในเชิงพาณิชย์อีกต่อไป"

             นักธุรกิจสาว อแมนดา สเตฟลีย์ เจ้าของบริษัท PCP Capital Partners ซึ่งเป็นตัวแทนของกองทุน Public Investment Fund (PIF) ของเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซันมาน แห่งซาอุดิ อาระเบีย ออกมาโจมตีพรีเมียร์ ลีก โดยชี้ว่าพวกเขาใช้เวลาในการตัดสินใจนานเกินไป

             “พวกเขามีโอกาส พวกเขาบอกว่าเรายังไม่ได้ตอบคำถามทั้งหมด และเราก็ทำเช่นนั้น” "แต่สโมสรอื่นๆ ในพรีเมียร์ ลีก ไม่ต้องการให้มันเกิดขึ้น" “แน่นอนว่าเรารู้สึกใจสลาย เรารู้สึกเสียใจกับแฟนบอลของนิวคาสเซิลเป็นอย่างมากเพราะการลงทุนครั้งนี้จะช่วยสโมสรได้ โดยเฉพาะกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้นกับ Brexit และโควิด-19 นั่นคือสิ่งที่สำคัญมาก และอาจจะเป็นหายนะสำหรับพวกเขาได้” 

             ล่าสุดมีรายงานข่าวจาก The Mirror ที่เผยว่า สโมสรพรีเมียร์ ลีก หลายๆ สโมสร ได้คัดค้านการเทคโอเวอร์ อีกทั้งข้อตกลงดังกล่าวยังได้รับการคัดค้านจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร, กลุ่มสิทธิมนุษยชน และ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล (องค์การนิรโทษกรรมสากล) และถือเป็นข่าวร้ายของแฟนๆ นิวคาสเซิลรวมไปถึงผู้จัดการทีมอย่างสตีฟ บรู๊ซ ซึ่งหวังว่าจะมีการอัดฉีดเงินเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ สตีฟ ฮาววี่ย์ อดีตปราการหลังของนิวคาสเซิล ได้แสดงความผิดหวังที่การเทคโอเวอร์ดังกล่าวต้องล้มเหลวไปว่า

             “มันเป็นเรื่องเสียหายเป็นอย่างมาก แฟนๆ, ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับนิวคาสเซิล, ทั้งเมือง หวังว่าเรื่องนี้จะผ่านไปได้” “การดำรงตำแหน่งของไมค์ แอชลี่ย์ ไม่ถือเป็นความสุข แฟนๆ นิวคาสเซิลเคยผ่านมาเรื่องนี้มาก่อนหน้านี้ แต่ผมคิดว่าผู้คนสนับสนุนเรื่องนี้และคิดว่ามันจะเกิดขึ้น ความสงสัยเกาะกุมอยู่ในใจคุณแต่ผมก็ยังคงมองในแง่บวกว่ามันจะผ่านไปได้" “ผมผิดหวังและท้อแท้ มันเป็นความเสียหายสำหรับแฟนๆ ที่พร้อมจะเฉลิมฉลอง เรื่องนี้จะทำให้เราเจ็บปวดอย่างสุดซึ้ง ทุกคนมีความหวังอย่างมากเกี่ยวกับทิศทางของสโมสรและผู้ที่จะซื้อไป”