โรเมลู ลูกากู อดีตหอกคนดังของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ออกมาเผยถึงเหตุผลที่เขาไม่ยอมแตะถ้วยแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อปี 2012 กับเชลซี และไม่มีทางยกโทษให้อดีตกุนซือของเขาอย่าง อันแดร วีลัช-โบอัช

             โรเมลู ลูกากู ได้ออกมาเปิดเผยเรื่องราวของความสัมพันธ์ระหว่างเขากับอังแดร วีลัช-โบอัช โดยแจงว่า เขาจะไม่มีวันให้อภัยอดีตกุนซือของเชลซีรายนี้ที่ตัดเขาออกจากทีม

            หลังจากกลายเป็นดาวยิงวัยทีนฟอร์มร้อนแรงกับสโมสรในบ้านเกิดอย่างอันเดอร์เลชท์ ลูกากู ก็โดนเชลซีซื้อตัวมาเมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2011 ตอนนั้น 'สิงโตน้ำเงินคราม' ต้องขับเคี่ยวกับอีกหลายทีมกว่าจะได้ลายเซ็นเขามา และเจ้าตัวถูกมองว่าจะมาเป็นตัวตายตัวแทนในระยะยาวของดิดิเย่ร์ ดร็อกบา ในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ อย่างไรก็ตาม ลูกากู ไม่อาจสร้างความประทับใจกับเชลซีได้จนกระทั่งถูกส่งให้ทีมอื่นยืมตัว และหลังจากได้เล่นพรีเมียร์ ลีก แค่ 10 ครั้งให้กับยอดทีมแห่งลอนดอน เชลซีก็ปล่อยดาวยิงรายนี้ออกจากทีม โดยหลังจากประสบความสำเร็จในการยืมตัวกับเอฟเวอร์ตัน พวกเขาก็คว้าลูกากูไปครองแบบถาวรเมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2014 ในราคา 28 ล้านปอนด์

             ในความเป็นจริงแล้ว ลูกากู ใช้เวลา 1 ฤดูกาลในการเป็นทีมชุดแรกของเชลซี นั่นคือเมื่อฤดูกาล 2011-12 ซึ่งเป็นฤดูกาลแรกของเขาในฟุตบอลอังกฤษ และเป็นปีที่พวกเขาคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วยฝีมือของกุนซือรักษาการณ์ยอ่าง โรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอ อย่างไรก็ตาม เขาโดนผู้จัดการทีมคนก่อนอย่างวีลัช-โบอัช ตัดออกจากทีมชุดแชมเปี้ยนส์ ลีก ไปก่อนหน้าแล้ว นั่นหมายความว่า ดาวยิงวัย 27 ไม่มีส่วนร่วมกับการแข่งขันในถ้วยใบใหญ่สุดของยุโรปรายการดังกล่าว และเจ้าตัวยอมรับว่า เขายังรู้สึกแค้นฝังหุ่นอยู่ไม่หายกับวีลัช-โบอัช

             "ดิ มัตเตโอ บอกผมว่า ผมจะได้อยู่กับทีมจนกว่าจะผ่านรอบชิงชนะเลิศ" ลูกากู กล่าวกับ Het Laatste Nieuws "เขาคิดว่าทุกคนควรอยู่ด้วยกัน รวมถึงคนที่โดนโทษแบนและอีก 2-3 คนที่ไม่ได้อยู่ในทีมแชมเปี้ยนส์ ลีก ผมรู้สึกขอบคุณเขาสำหรับตรงนั้น" "ชัยชนะครั้งนี้เป็นหนึ่งในสิ่งที่ผมฝันไว้เสมอ" "คุณต้องการฉลองอะไรแบบนี้กับทีมในเวลานั้น นั่นเป็นสิ่งที่ดีในตัวเองตอนอายุ 19"

             อย่างไรก็ตาม ต่อมาลูกากูก็ยอมรับว่า เพราะเขาไม่ได้มีส่วนร่วมในการแข่งขัน เขาก็เลยไม่เคยรู้สึกว่าสมควรกับการวางมือบนถ้วยรางวัลแชมเปี้ยนส์ ลีก

             "ผมไม่ได้ใช้นิ้วแตะถ้วย เพราะผมไม่ได้คว้าแชมป์นี้ด้วยตัวผมเอง" "มันเป็นแบบนี้มาตั้งแต่ผมอายุ 11: ถ้าผมไม่ได้มีส่วนร่วมอะไร ผมก็จะถือว่ามันไม่ใช่ถ้วยรางวัลของผม หากคุณมีส่วนร่วมในถ้วยหรือเป็นแชมป์ด้วยตัวคุณเองเท่านั้น คุณถึงจะสามารถโชว์มันอย่างภาคภูมิใจ" "ผมมีความสุขกับทั้งสโมสร แต่มีชายคนหนึ่งที่ทำให้ผมหมดกำลังใจเป็นอย่างมาก โค้ชคนก่อน (วีลัช-โบอัช) จะไม่มีวันยกโทษให้เขาในเรื่องนั้น"

             วีลัช-โบอัช อยู่ในสแตมฟอร์ด บริดจ์ แค่ 9 เดือน ส่วนลูกากู ย้ายออกจากเชลซีเมื่อปี 2014 ก่อนที่สุดแล้วจะไปลงเอยกับคู่ปรับในพรีเมียร์ ลีก อย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตอนนี้ลูกากู เป็นผู้เล่นอินเตอร์ มิลาน แต่ดาวเตะทีมชาติเบลเยี่ยม โจมตี วีลัช-โบอัช ในเรื่องวิธีปฏิบัติกับตัวเขาในฐานะแข้งดาวรุ่งคนนึง โดยเขาอธิบายว่า 

             "พอผมต้องเล่นที่เป็นกองหน้าด้านซ้าย อีกครั้งก็มาหน้าขวา คุณจะไม่ทางพัฒนาได้ด้วยวิธีนั้น" "เมื่อถึงจุดหนึ่ง คุณต้องคิดเกี่ยวกับตัวเองดังนั้น ผมจึงบอกกับสโมสรว่าฉันคิดอย่างไรกับเรื่องนี้ ผมรู้ว่าวีลัช-โบอัช ก็อยู่ภายใต้แรงกดดันเช่นกัน" "แต่นั่นเป็นสาเหตุที่เขาไม่ต้องปฏิบัติกับผมเช่นนั้น ดิ มัตเตโอ เข้าหาผมด้วยวิธีการที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง เขาให้ผมมีส่วนร่วมกับทุกอย่างทันที" “สิ่งนั้นมันน่าจะมาเร็วกว่านี้นานแล้ว ผมจะไม่มีวันให้อภัยโค้ชคนก่อน”