บรรดานักเตะของยูเวนตุส ยักษ์ใหญ่แห่งเวทีกัลโช่ เซเรีย อา จำเป็นต้องรีบไปอาบน้ำหลังจากได้พูดคุยกับเมาริซิโอ ซาร์รี่ ผู้จัดการทีมอันเนื่องมาจากสาเหตุบางอย่าง นั่นคือคำกล่าวอ้างของจอร์โจ้ คิเอลลินี่ กัปตันทีม

             จอร์โจ้ คิเอลลินี่ เผยว่า พฤติกรรมติดบุหรี่ของ เมาริซิโอ ซาร์รี่ นั้นเลวร้ายมากจนนักเตะถึงขนาดต้องอาบน้ำหลังจากได้เจอกับเขา

             ปราการหลังจอมเก๋าของ ยูเวนตุส สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวทีกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี เผยว่า นักเตะต้องรีบออกจากออฟฟิศของอดีตกุนซือเชลซีก็เพราะกลิ่นตัวของเขาอันเนื่องมาจากการสูบบุหรี่อย่างหนัก และพวกเขาเลือกที่จะเจอกับผู้จัดการทีมของพวกเขาในชุดซ้อมที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อแทนที่จะเป็นเสื้อผ้าที่สะอาด เพราะพวกเขาจะได้ไม่ต้องซักเสื้อผ้าที่มีกลิ่นติดไปอีกครั้ง

             ซาร์รี่ วัย 61 ขึ้นชื่อในเรื่องการสูบบุหรี่ติดกันแบบไม่หยุดแม้กระทั่งเมื่อตัวเองมีอาการปอดติดเชื้อเมื่อเดือนสิงหาคม เชื่อกันว่าเขาสูบบุหรี่ 80 มวนต่อวัน และมีข่าวลือว่าระหว่างที่เขาคุมทีมเชลซี ทางผู้บริหารของสโมสรเล็งที่จะสร้างห้องพิเศษให้เขาได้สูบบุหรี่ในวันที่มีการแข่งขันอีกด้วย

             การสูบบุหรี่เป็นเรื่องต้องห้ามในขณะที่คุมทีมข้างสนามในเกมพรีเมียร์ ลีก และเพื่อจัดการกับปัญหานี้ ซาร์รี่เลือกที่จะใช้วิธีเคี้ยวก้นบุหรี่เวลาอยู่ข้างสนามแทน ยังมีรายงานว่า บอร์ดบริหารของยูเวนตุสรู้สึกไม่พอใจสุดๆ ที่กุนซือชาวอิตาเลียนปฏิเสธที่จะเลิกสูบบุหรี่หลังจากหายจากอาการปอดติดเชื้อ และตอนนี้ก็เป็นคิเอลลินี่ที่ได้เปิดเผยผลข้างเคียงของการสูบบุหรี่แบบไม่บันยะบันยังของซาร์รี่ โดยกัปตันทีมจอมเก๋ากล่าวไว้ในหนังสืออัตชีวประวัติของเขาอย่าง Io, Giorgio (อิโอ จอร์โจ้) เอาไว้ว่า

             "เขามีบุคลิกที่เก็บตัวมาก ไม่ค่อยมีอะไรหลุดออกมาเท่าไหร่ แม้ว่ายูเวนตุสจะพยายามลดด้านนี้ของเขาลงมา" "สิ่งหนึ่งที่ไม่มีใครสามารถเปลี่ยนแปลงได้เลยก็คือ การติดบุหรี่อย่างน่าแปลกประหลาดของเขา" "คุณต้องไปคุยกับเขาที่ออฟฟิศก่อนที่จะอาบน้ำเท่านั้นนะ และต้องเป็นตอนที่สวมชุดแข่งอยู่ด้วย เพราะไม่งั้นกลิ่นบุหรี่จะติดตัวคุณ"

             คิเอลลินี่ ยังเปิดใจถึงความรู้สึกของการได้เล่นกับโค้ชที่นิยมความสมบูรณ์แบบแบบนั้น

             “เขามักจะมองหาความสมบูรณ์แบบอยู่เสมอ เช่นการครองบอล 100% ในแดนของฝ่ายตรงข้าม” "แน่นอนว่ามันเป็นโลกในอุดมคติ แต่บางทีการทำแบบนั้นคือสิ่งที่ทำก้าวขึ้นมาจากด้านล่างมาสู่ที่ๆ เขาอยู่ในตอนนี้"