"เอเอฟซี" ยกย่อง 4 แมตช์สโมสรไทยที่ลงเล่นในศึก เอเอฟซี แชมป์เปี้ยนส์ เป็นเกมยอดเยี่ยมให้แฟนบอลได้ชื่นชม มี บีอีซี เทโร ศาสน ชุดรองแชมป์ปี 2003 กับ บุรีรัมย์ฯ ติดด้วย รวมถึง เอสซีจี เมืองทองฯ และ ชลบุรี เอฟซี ก็เป็นเกมที่น่าประทับใจเช่นกัน

สหพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย หรือ เอเอฟซี ได้ออกมาลงภาพผ่านอินสตราแกรมของ เอเอฟซี ถึงเกมนัดไหนที่เป็นแมตช์ยอดเยี่ยมของสโมสรจากไทย ในศึก เอเอฟซี แชมป์เปี้ยนส์

ทาง เอเอฟซี ได้เลือกมา 4 สโมสรที่ผ่านเข้ามาเล่นในรอบสุดท้าย เริ่มตั้งแต่เกมรอบชิงชนะเลิศ เลกที่สอง ปี 2003 ระหว่าง บีอีซี เทโร ศาสน เปิดบ้านพบกับ อัล-ไอน์ ทีมจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมื่อวันที่ 11 ต.ค.46 ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ซึ่งผลปรากฎว่า เจ้าถิ่น บีอีซี เทโรฯ เฉือนเอาชนะไป 1-0 จากจุดโทษของ เทิดศักดิ์ ใจมั่น แต่ผลรวมสองนัดเป็น อัล-ไอน์ ที่เอาชนะด้วยสกอร์รวม 2-1 คว้าแชมป์ไปครอบครอง

เกมต่อมาเป็นแมตช์ในปี 2017 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม อี นัดที่สอง ระหว่าง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เปิดบ้านรับมือ คาชิม่า แอนท์เลอร์ส ทีมจากญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 28 ก.พ.60 ที่สนามศุภชลาศัย ซึ่งผลปรากฎว่า เอสซีจี เมืองทองฯ เอาชนะไปด้วยสกอร์ 2-1 จากประตูของ ธีราทร บุญมาทัน ก่อนจะถูก คาชิม่า ตีเสมอ จาก เปโดร จูเนียร์ ที่ปัจจุบันค้าแข้งกับ สมุทรปราการ ซิตี้ และเจ้าถิ่นจะมาได้ประตูชัยจาก ซิสโก ฆิเมเนซ ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ

จากนั้นเกมที่ 3 เป็นแมตช์ในปี 2013 รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก ระหว่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านพบกับ บุนยอดกอร์ ทีมจาก อุซเบกิสถาน เมื่อวันที่ 15 พ.ค.56 ที่สนามบุรีรัมย์ สเตเดี้ยม ซึ่งผลปรากฎว่า เจ้าถิ่นบุรีรัมย์ เอาชนะไป 2-1 จากประตูของ อนาวิน จูจีน ก่อนจะถูกทีมเยือนมาไล่ตามตีเสมอจาก อิกอร์ ตาราน และเจ้าถิ่นมาได้ประตูชัยจากตัวสำรองอย่าง เอกชัย สำเร

ส่วนเกมสุดท้ายเป็นแมตช์เมื่อปี 2008 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม จี นัดที่สอง ระหว่าง ชลบุรี เอฟซี เปิดบ้านรับการมาเยือน เมลเบิร์น วิคตอรี่ ทีมจากออสเตรเลีย เมื่อวัน 19 มี.ค.51 ที่สนามศุภชลาศัย ซึ่งผลปรากฎว่า ชลบุรี เอฟซี เปิดบ้านอัด เมลเบิร์น วิคตอรี่ ไปด้วยสกอร์ 3-1 จากประตูของ เนย์ ฟาเบียโน่ ก่อนจะถูก แอนนี่ อัลซอฟ มายิงตีเสมอให้ทีมเยือน ทว่าเจ้าถิ่นฉลามชลมาได้ 2 ประตูรวดจาก จูเรซ บาก้า หัวหอกชาวแคเมอรูน