"บาส" เดชาพล พัววรานุเคราะห์ และ "ปอป้อ" ทรัพย์สิรี พ่ายคู่ผสมจากอินโดนีเซีย 1-2 เกม ทำได้ดีที่สุดเพียงรองแชมป์ขนไก่ออลอิงแลนด์

การแข่งขันแบดมินตันสะสมคะแนนโลก "เอชเอสบีซี บีดับเบิลยูเอฟ เวิลด์ ทัวร์" ระดับซูเปอร์ 1,000 รายการที่เก่าแก่สุดในโลก "โยเน็กซ์ ออล อิงแลนด์ โอเพ่น" ครั้งที่ 110 ชิงเงินรางวัลรวม 1,100,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 34,100,000 บาท ที่เมืองเบอร์มิงแฮม ประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ 15 มี.ค. รอบชิงชนะเลิศ ประเภทคู่ผสม "บาส" เดชาพล พัววรานุเคราะห์ และ "ปอป้อ"ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย คู่มือ 3 ของโลก และคู่มือ 3 ของรายการ พบ ปราวีน จอร์แดน-เมลาติ เดวา อ็อคตาเวียนติ คู่มือ 5 ของโลก และคู่มือ 5 ของรายการ จากอินโดนีเซีย โดยสถิติการเจอกัน 5 ครั้ง เป็นคู่อินโดนีเซีย ทำได้ดีกว่า เอาชนะไป 3 ครั้ง ซึ่งล่าสุดในรอบก่อนรองฯ ศึก "เฟรนช์ โอเพ่น 2019" บาส-ปอป้อ พ่ายไป 0-2 เกม

ส่วนครั้งนี้ผลปรากฎว่า เกมแรก คู่อินโดนีเซีย แซงในช่วงท้ายเอาชนะไปก่อน 21-15 แต่เกมสอง คู่ เดชาพล-ทรัพย์สิรี แก้เกมมาดี เอาชนะได้บ้าง 21-17 ต้องมาลุ้นในเกมสุดท้าย ซึ่ง คู่ไทย พยายามสู้เต็มที่ แต่ต้าน ปราวีน จอร์แดน-เมลาติ เดวา อ็อคตาเวียนติ ไม่ไหว พ่ายไปอีก 8-21 สรุปแพ้ไป 1-2 เกม 15-21, 21-17, 8-21 ได้เพียงรองแชมป์ และถือเป็นครั้งที่ 8 ที่นักแบดมินตันไทยได้เพียงรองแชมป์ หลังจากก่อนหน้านี้ ศ.(พิเศษ) เจริญ วรรธนะสิน เคยเข้าชิงในประเภทชายเดี่ยวเมื่อปี ค.ศ.1960, 1962 เช่นเดียวกับ ชาญณรงค์ รัตนแสงสรวง ปี ค.ศ.1963 และหญิงเดี่ยว "เมย์" รัชนก อินทนนท์ ปี ค.ศ.2013, 2017 และชายคู่ ณรงค์ พรฉิม-ระพี กาญจนระพี ค.ศ.1962 คู่ผสม "เต่า"สุดเขต ประภากมล-"ส้ม"สราลีย์ ทุ่งทองคำ ปี ค.ศ.2011 แต่คู่ "บาส-ปอป้อ" ก็ยังได้เงินรางวัลปลอบใจ 38,500 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1,193,500 บาท ส่วนคู่อินโดนีเซีย รับเงินรางวัล 81,400 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2,523,400 บาท

หลังการแข่งขัน คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล นายกสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทยฯ กล่าวว่า ส่วนตัวรู้สึกเสียดายที่ บาส-ปอป้อ ไม่สามารถจารึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการแบดมินตันโลกได้ แต่ก็ขอชื่นชมว่าทั้งคู่ได้พยายามอย่างสุดความสามารถแล้วแม้จะทำได้เพียงรองแชมป์ แต่พวกเขาก็แสดงถึงพัฒนาการ ทักษะฝีมือที่ตอนนี้ถือเป็นแถวหน้าของโลกในประเภทคู่ผสม และเชื่อว่าจะพัฒนาต่อไปได้อีกแน่นอน หลังจากนี้คงต้องโฟกัสไปที่การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งจากฟอร์มที่ดีเช่นนี้ทำให้มั่นใจได้ว่าประเทศไทยมีลุ้นคว้าเหรียญรางวัลแบดมินตันในโอลิมปิกเกมส์หนนี้ได้แน่นอน

นอกจากนี้ คุณหญิงปัทมา ยังกล่าวถึงการที่สหพันธ์แบดมินตันโลก(บีดับเบิลยูเอฟ) ยุติ 12 รายการแข่งขันสะสมคะแนนโลกที่ให้การรับรอง ตั้งแต่วันที่ 16 มี.ค. -12 เม.ย. ว่า บีดับเบิลยูเอฟ กับ คณะกรรมการโอลิมปิกสากล(ไอโอซี) และองค์การอนามัยโลก(ดับเบิลยูเอชโอ) ต่างติดตามสถานการณ์ และเฝ้าระวังเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด ซึ่งส่วนตัวในฐานะไอโอซี เมมเบอร์ ของประเทศไทย ก็ทราบเรื่องราวและจะนำมาแจ้งให้กับผู้เกี่ยวข้องและชาวไทยให้ได้รับทราบต่อไป เพื่อให้คณะนักกีฬาไทยเตรียมแผนรับมือต่อไป แม้จะยอมรับว่ากระทบต่อการเก็บคะแนนคัดเลือกไปแข่งขันรอบสุดท้ายก็ตาม แต่สุขภาพของนักกีฬาและประชาชนเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด โดยเชื่อมั่นว่าหากเราร่วมมือกัน จะก้าวผ่านวิกฤตการณ์นี้ไปได้แน่นอน ซึ่งในส่วนของนักแบดมินตันไทยที่กลับมาก็จะดำเนินการตามขั้นตอน และระเบียบตามที่รัฐบาล กำหนด คือต้องกักตัวเองเพื่อดูอาการ 14 วัน