กกท. จับมือพันธมิตรภาคเอกชนในโครงการเดอะ พาวเวอร์ ออฟ ยูนิตี้ ปลุกพลังใจคนไทยด้วยการจัดงาน “Road to Tokyo 2020 รวมใจสู่ชัยชนะ” แถลงความพร้อมสนับสนุนการถ่ายทอดสดกีฬาโอลิมปิก โตเกียว 2020 จัดเต็มถ่ายทอดสดครบทุกแพลตฟอร์มให้แฟนกีฬาได้เชียร์อย่างเต็มอิ่ม

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มุ่งมั่นในการสนับสนุนและส่งเสริมศักยภาพนักกีฬาไทย ให้พัฒนาไปสู่การแข่งขันในระดับโลกมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในศึกโอลิมปิกเกมส์ ซึ่งถือเป็นมหกรรมกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติ โดยนักกีฬาทุกคนที่เข้าแข่งขันนอกจากจะสร้างชื่อเสียงและสร้างภาพลักษณ์ให้แก่ประเทศไทยแล้ว ยังช่วยสร้างแรงบันดาลใจ รวมถึงสร้างกระแสความนิยมด้านกีฬาให้เกิดขึ้นในหมู่ประชาชนและเยาวชน นำไปสู่การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ทำให้คนไทยมีสุขภาพที่แข็งแรง พร้อมยังช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขของประเทศ ตลอดจนสร้างความสามัคคีให้คนในชาติอีกด้วย ₩ขณะที่ การเตรียมความพร้อมของทัพนักกีฬาไทย ในสถานการณ์การระบาดของไวรัส โควิด-19 นั้น คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ ได้ติดตามความเคลื่อนไหวและร่วมทำงานอย่างใกล้ชิดกับคณะกรรมการโอลิมปิกสากล และองค์การอนามัยโลก มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเจ้าภาพได้มีการเตรียมมาตรการป้องกันที่ได้มาตรฐานสูงไว้แล้ว ทั้งการคัดกรองภายในประเทศทุกพื้นที่ทั้งสนามแข่งขัน โรงแรม ที่พักนักกีฬา ให้เป็นไปอย่างเข้มงวด ได้มาตรฐานสูง โดยขอให้นักกีฬาไทยมุ่งมั่นและโฟกัสกับการฝึกซ้อมอย่างเต็มที่ และหากช่วงนี้มีนักกีฬารายใดที่จำเป็นต้องเดินทางไปแข่งขันต่างประเทศ เพื่อเก็บคะแนนสะสมหรือแข่งคัดเลือก เราก็ได้แนะนำวิธีป้องกัน พร้อมกำชับและเน้นย้ำให้ทุกคนปฏิบัติตามมาตรการต่างๆ ของแต่ละประเทศอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยของตัวเองและคนรอบข้าง

ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการ การกีฬาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า บทบาทของการกีฬาแห่งประเทศไทย ในโอลิมปิกเกมส์ 2020 นั้น นอกจากจะช่วยเตรียมความพร้อมทุกด้าน ในการพัฒนาศักยภาพนักกีฬา ตั้งแต่การฝึกซ้อมจนถึงเข้าแข่งขันแล้ว เรายังผนึกกำลังร่วมกับคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ “กสทช.” และพันธมิตรเอกชน ในการดึงลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดโอลิมปิกเกมส์เข้ามาในประเทศไทย ให้ประชาชนชาวไทยได้ร่วมลุ้นและร่วมเชียร์นักกีฬาไทยได้ทุกช่องทาง ซึ่งครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่มีการถ่ายทอดสดในทุกชนิดกีฬา รวมทั้งสิ้น 33 ชนิดกีฬา โดยถ่ายทอดสดในระบบความคมชัดสูง ผ่านดิจิตอลทีวี และ ถ่ายทอดสดในช่อง ที สปอร์ต ชาแนล (T-Sport) รวมถึงผ่านระบบจอดิจิตัล เอาท์ออฟโฮม สำหรับพิธีเปิดและพิธีปิด

และสำหรับความห่วงใยของทั่วโลกที่มีต่อการแพร่ของโรค COVID - 19 นั้น กกท. ก็มิได้นิ่งนอนใจแต่ อย่างใด เราเร่งหามาตรการที่จะสร้างความปลอดภัยต่อนักกีฬาและบุคลากรกีฬาของไทยที่จะเดินทางเข้าร่วมการ แข่งขันในครั้งนี้อย่างดีที่สุด นอกเหนือจากการป้องการที่ดีจากประเทศเจ้าบ้านอย่างญี่ปุ่นแล้ว เรายังได้มีการ หารือกับอีกหลายภาคส่วน เพื่อสร้างมาตรการป้องกันให้มากขึ้น อีกทั้งยังมีการจัดทำกรมธรรม์ประกันเชื้อไวรัส COVID - 19 ให้กับนักกีฬา และบุคลากรกีฬาต่างๆ อีกด้วย

นอกจากนี้ การกีฬาแห่งประเทศไทย ยังได้ผนึกกำลังร่วมกับภาคเอกชน ภายใต้แนวคิด เดอะ เพาเวอร์ ออฟ ยูนิตี้ (The Power of Unity) ที่นำโดย โตโยต้า ที่ส่งแรงใจเชียร์ทัพนักกีฬาไทยไปด้วยกัน ภายใต้โครงการ “รวมใจสู่ชัยชนะ” ซึ่งประกอบไปด้วยกิจกรรมต่างๆที่ภาครัฐและเอกชนร่วมแรงร่วมใจส่งกำลังใจให้กับทัพนักกีฬาไทย ไม่ว่าจะเป็น การวิ่งธงชาติไทยรวมใจสู่ชัยชนะ ที่เปิดโอกาสให้ชาวไทยได้ร่วมส่งแรงใจอันยิ่งใหญ่ผ่านธงชาติไทยทั่วประเทศ เพื่อไปโบกสะบัดในพิธีเปิดกีฬาโอลิมปิกเกมส์ หรือมีส่วนร่วมวิ่งโดยผ่านกิจกรรม Virtual Run วิ่งรวมใจสู่ชัยชนะ ได้เช่นกัน อีกทั้งยังมีการการผนึกกำลังกับเอกชนเพื่อสร้างสรรค์บทเพลงพิเศษ “รวมใจสู่ชัยชนะ” โดยศิลปินนักร้องชั้นนำของไทย เพื่อส่งแรงเชียร์อันยิ่งใหญ่ให้กับนักกีฬาทีมชาติไทย รวมไปถึงการร่วมชมการถ่ายทอดสดพิธีเปิดมหกรรมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2020 ไปด้วยกัน ในกิจกรรม Tokyo 2020 Ready to Watch Live Experience Park ในวันที่ 24 - 26 กรกฎาคม 2563

ผศ. ภักดี มะนะเวศ รองเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการ โทรคมนาคมแห่งชาติ สายงานกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ กล่าวว่า กสทช. ส่งเสริมและสนับสนุนให้สถานีโทรทัศน์ถ่ายทอดสดมหกรรมกีฬาระดับนานาชาติที่คนไทยมีส่วนเกี่ยวข้องมาโดยตลอด โดยโอลิมปิกเกมส์ ถือเป็น 1 ใน 7 กีฬา ที่กำหนดไว้ในกฎมัสท์แฮฟ (Must Have) ต้องออกอากาศผ่านฟรีทีวี หรือทีวีดิจิทัล จึงยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ กกท. ในการนำลิขสิทธิ์การแข่งขันมาถ่ายทอดสดให้คนไทยได้รับชมผ่านทางดิจิตัลทีวี และ ยังสามารถรับชมในหลากหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็น ทีวีดาวเทียม ตามกฎ Must Have ดำเนินการถ่ายทอดสดโดยโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย หรือเลือกรับชมผ่านออนไลน์ได้ทาง AIS PLAY ที่จะถ่ายทอดสดทุกชนิดกีฬาตลอดการแข่งขัน ผ่าน 12 ช่องสัญญาณถ่ายทอดสด รวมถึงรับชมการถ่ายทอดสดพิธีเปิดและพิธีปิดครั้งแรกผ่านทางสื่อโฆษณานอกบ้านหรือ จอ Digital Out of home จากแพลนบี ได้อีกด้วย นั่นหมายความว่าโอลิมปิกเกมส์ครั้งนี้ไม่ว่าท่านจะอยู่ที่ไหนก็จะไม่พลาดการรับชมการถ่ายทอดสดอย่างแน่นอน

พลตรีจารึก อารีราชการัณย์ รองประธานและเลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ จากการร่วมประสานงานอย่างต่อเนื่องกับคณะกรรมการโอลิมปิกสากลมาโดยตลอด ซึ่งในขณะนี้ประธานไอโอซี ยังคงเชื่อมั่นและยืนยันว่า โอลิมปิก “โตเกียว 2020” ยังคงดำเนินการแผนที่วางไว้ เพื่อทำพิธีเปิดการแข่งขันวันที่ 24 ก.ค.นี้ และจะประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี แม้จะมีการวิตกเกี่ยวกับ ไวรัสโควิด-19 อยู่ในเวลานี้ก็ตาม ทางโอลิมปิกได้มีการทำงานร่วมกับประเทศเจ้าบ้านอย่างญี่ปุ่น องค์การอนามัยโลก โอลิมปิกจีน และคณะกรรมการโอลิมปิกประเทศอื่น ๆ อย่างใกล้ชิดต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดมาตรการความปลอดภัยอย่างสูงที่สุดต่อนักกีฬาและบุคลากรด้านกีฬาของประเทศต่างๆ

มหกรรมโอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น จัดขึ้นระหว่างวันที่ 24 ก.ค. ถึง 9 ส.ค.63 มี 206 ชาติจากทั่วโลกเข้าร่วม ชิงชัยทั้งสิ้น 33 ชนิดกีฬา โดยปัจจุบันมีนักกีฬาไทย คว้าตั๋วเข้าแข่งขันได้แล้ว 15 ใบ ประกอบด้วย พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ (เทควันโด), เศวต เศรษฐาภรณ์ (ยิงเป้าบิน), กมลวรรณ จันทร์ยิ้ม (เรือใบ), ศิริพร แก้วดวงงาม (วินด์เซิร์ฟ), จุฑาธิป มณีพันธุ์ (จักรยาน), อิศรานุอุดม ภูริหิรัญพัชร (ยิงปืน), ณภัสวรรณ หย่างไพบูลย์ (ยิงปืน), ธันยพร พฤกษากร (ยิงปืน), สุธิยา จิวเฉลิมมิตร (ยิงเป้าบิน), อิศราภา อิ่มประเสริฐสุข (ยิงเป้าบิน), ใบสน มณีก้อน (มวยสากลสมัครเล่น), สุดาพร สีสอนดี (มวยสากลสมัครเล่น), ธิติสรรณ์ ปั้นโหมด (มวยสากลสมัครเล่น), ฉัตรชัยเดชา บุตร์ดี (มวยสากลสมัครเล่น) และ อาริย์ณัฏฐา ชวตานนท์/ กรธวัช สำราญ/วีรภัฎ ปิฏกานนท์/ศุภณัฐ วรรณกุล (ขี่ม้าอีเว้นท์ติ้ง ประเภททีม)