โทนี่ คาสคาริโน่ อดีตศูนย์หน้าของเชลซี สโมสรเงินหนาแห่งเวทีพรีเมียร์ ลีก ออกมายืนยันว่า โชเซ่ มูรินโญ่ นั้นจบสิ้นลงแล้วในฐานะผู้จัดการทีม หลังจากที่ก่อนหน้านั้นเจมี่ โอฮาร่า อดีตดาวเตะสเปอร์สมองว่าคำกล่าวนั้นไร้สาระ

            โทนี่ คาสคาริโน่ อดีตศูนย์หน้าของเชลซีออกมาปกป้องคำกล่าวอ้างของตัวเองที่ว่า โชเซ่ มูรินโญ่ นั้นกล่ายเป็นบุคคลที่เหมือนถูกทิ้งไว้เบื้องหลังโดยฟุตบอลสมัยใหม่ไปเสียแล้ว หลังจากอดีตดาวเตะของท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ อย่าง เจมี่ โอฮาร่า ออกมาโต้คำกล่าวอ้างดังกล่าวว่า 'ไร้สาระสุดๆ'

            หลังสเปอร์สพ่ายแพ้ให้กับแอร์เบ ไลป์ซิก ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา อดีตดาวยิงของเชลซีก็ออกมากล่าวอ้างว่า ปรัชญาของ 'เดอะ สเปเชียลวัน' นั้น ล้าสมัยไปแล้ว อีกทั้งยังถูกครอบงำโดยฟุตบอลที่เน้นเกมบุก โดยหลังจากไม่มีดูโอกองหน้าที่ได้รับบาดเจ็บอย่างแฮร์รี่ เคน และ ซน ฮึง มิน มูรินโญ่ก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากกลับไปใช้รูปแบบการเล่นที่คุ้นเคยก็คือการเน้นเกมรับที่ทำให้เขาเจอเสียงวิจารณ์จากแฟนบอลและบรรดากูรูฟุตบอลทั้งหลาย

            "ผมคิดว่า โชเซ่ มูรินโญ่ ตอนนี้ตกยุคแล้ว" คาสคาริโน่กล่าวกับ talkSPORT เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา "ถ้าคุณมองไปที่อาชีพของโชเซ่ ในช่วงปีหลังๆ จะเห็นว่ามันค่อยๆ ถดถอยลงมา เขาเคยคว้าแชมป์มาครองได้อยู่เสมอ คุณไม่สามารถปฏิเสธตรงนั้นได้ แต่ตอนนี้ ผมมองเห็นผู้จัดการทีมคนนึงที่เกมของเขาค่อยๆ ถูกพัดพาออกไป"

            ต่อมาในวันศุกร์ โอฮาร่า ได้ออกมาตอบโต้ว่า ความคิดเห็นของคาสคาริโน่นั้นถือเป็นการ 'ดูหมิ่น' และ 'ไม่เหมาะสม' และยืนยันว่า กุนซือชาวโปรตุเกสยังคงเป็น 'หนึ่งในผู้จัดการทีมที่ดีที่สุดตลอดกาล'

             แต่คาสคาริโน่ ยืนยันความคิดเห็นของตัวเองซึ่งดูเหมือนจะเป็นเรื่องจริงหลังจากได้เห็นทีมของมูรินโญ่พ่ายแพ้ให้กับเชลซี 2-1 ในศึกแย่งท็อป 4 อันเข้มข้นเมื่อวานที่ผ่านมา (เสาร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2563) โดยที่แฟรงค์ แลมพาร์ด สามารถคว้าชัยชนะเหนือทีมของอดีตเจ้านายเก่าของเขาได้เป็นครั้งที่ 3 (2 ครั้งกับเชลซี และ 1 ครั้งกับดาร์บี้) ชัยชนะของ 'สิงโตน้ำเงินคราม' ที่สามารถครองเกมได้มากกว่าสกอร์ที่เห็นยังทำให้แลมพาร์ดกลายเป็นผู้จัดการทีมคนแรกในลีกที่สามารถเอาชนะทีมของโชเซ่ มูรินโญ่ ได้ทั้งเกมเหย้าและเกมเยือนในซีซั่นเดียว 

             หลังสิ้นเสียงนกหวีดหมดเวลา กล้องทีวีจับภาพมูรินโญ่ปฏิเสธที่จะจับมือกับแลมพาร์ด ก่อนที่จะมุ่งหน้าไปยังอุโมงค์ทางเดิน และก่อนเกมจะคิกออฟ คาสคาริโน่ ออกมาตอบโต้โอฮาร่าและปกป้องความเห็นของเขาว่า

             “มาทำความเข้าใจกันอย่างนึงนะ โชเซ่ที่มาถึงอังกฤษกับทีมเชลซีในช่วงต้นปี 2000 นั้นไม่ใช่โชเซ่คนนี้" เขากล่าวผ่าน Weekend Sports Breakfast. "ผมได้เรียนรู้อะไรมากมายจากโชเซ่, วิธีการใช้แทคติกของเขา, รูปแบบของเขา, วิธีการเซ็ตทีมเพื่อมาหยุดคู่ต่อสู้ ซึ่งผมต้องปรบมือให้เขา" "ความแตกต่างก็คือ ผมมองไม่เห็น
โชเซ่คนนั้นในวันนี้ และการมาพูดว่าผมไม่ให้ความเคารพนั้น มันตลกนะ เพราะเจมี่ คุณกำลังพูดถึงผู้จัดการทีมที่ได้รับความเคารพมากที่สุดจากบรรดาผู้จัดการทีมทั้งหมด" "เขาเรียกอาร์แซน เวนเกอร์ ว่าเป็นพวกถ้ำมอง และ ผู้เชี่ยวชาญด้านความล้มเหลว"

               "ผมรู้ว่าคุณเป็นคนของสเปอร์สและคุณจะทำตัวซื่อสัตย์ แต่รายละเอียดที่ผมพูดถึงเมื่อวันพุธหลังเกมกับไลป์ซิกก็คือ ผมคิดว่า โชเซ่ เข้าใจอะไรผิดไปมากๆ" "คุณอาจจะเถียงว่า ผู้เล่นที่ดีที่สุดสองคนของพวกเขาไม่อยู่ แต่นั่นเป็นเหตุผลที่ตื้นเขิน" "โค้ชทุกคนมีนักเตะ 25 คนและโดนจ้างมาให้ตัดสินใจและนำนักเตะมาเล่นในตำแหน่งต่างๆ และทำงานให้คุณ แต่นั่นไม่ใช่กรณีนี้" "ตอนนี้ดูเหมือนโชเซ่จะค่อนข้างแฮปปี้ที่จะบอกว่า 'ผมจะบอกคุณว่า สองคนนี้หายไป และมันคือหายนะอย่างแท้จริง' เขาแค่เบี่ยงเบนปัญหา"

                "และนี่มันก็แค่ความคิดเห็นนึง มันก็แค่ความคิดเห็นของผม และเจมี่ก็มีความคิดเห็นของเขาเองซึ่งก็โอเคอ่ะ" "แต่ผมเห็นต่างนะ เขาเลยจุดสูงสุดในอาชีพของเขาไปแล้วหรือไม่? ผมอยากให้โชเซ่พิสูจน์ให้ผมเห็นว่าไม่ใช่" "สิ่งที่เราเห็นจากแอตเลติโก้ มาดริด ในสัปดาห์นี้กับลิเวอร์พูลนั้นจะเกิดขึ้นแค่ครั้งเดียวเท่านั้น เราจะไม่เห็นมันอีกต่อไป ทุกๆ ทีมจะถูกครอบครองด้วยฟุตบอลเกมรุก"