การแข่งขันฟุตบอลไทยลีก นัดเปิดสนามฤดูกาล 2020 ผ่านไปแล้ว 2 วัน ซึ่งหลายเกมได้มีการใช้เทคโนโลยี VAR มาช่วยตัดสิน

ปีนี้เป็นปีแรกที่ไทยลีกใช้ VAR แบบเต็มรูปแบบ ซึ่งเป็นการใช้ที่ได้มาตรฐานของฟีฟ่า เพราะครั้งก่อนๆที่เคยทดลองใช้นั้น ฟีฟ่า ไม่ได้รับรอง

ซึ่งจากหลายเกมที่ผ่านมา ผมคิดว่า VAR ทำหน้าที่ของตัวเองได้ดี หลายจังหวะปัญหา ถูกภาพช้าทำให้ชัดเจนมากขึ้น จนลดข้อผิดพลาดของผู้ตัดสินลงไป

หลายจังหวะผู้ตัดสินมองไม่เห็น หรือไม่ทันเกม แต่กรรมการจากห้อง VAR ก็ส่งสัญญาณมาบอกว่า จังหวะนี้มีปัญหา ทำให้ผู้ตัดสินในสนาม ต้องวิ่งไปดูภาพช้าเพื่อพิจารณาอีกครั้ง

การดูภาพช้านั้น ทำให้ผู้ตัดสินเห็นเหตุการณ์ได้ชัดเจนมากขึ้น แต่สุดท้ายมันก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้ตัดสินเองว่า จังหวะนั้นเขาจะตัดสินใจอย่างไร

แต่ก็มีแฟนบอลหลายคน รวมถึงโค้ชหลายทีม ต่างออกมาบ่นว่า VAR ไม่ได้ดีอย่างที่คิดไว้ เพราะมันทำให้อรรถรสของเกมฟุตบอลเสียไป จากการหยุดเกมบ่อยๆเพื่อไปดู VAR

ยิ่งทีมที่เสียผลประโยชน์จาก VAR ก็ยิ่งออกมาบ่นว่า การมี VAR ทำให้ฟุตบอลมันไม่สนุก

ฉะนั้นการมี VAR มันดีจริงหรือ??

สำหรับผมนั้น คิดว่าการมี VAR ย่อมดีกว่าไม่มี เพราะมันทำให้การแข่งขันมีความยุติธรรม และชัดเจนมากขึ้น

แม้เกมจะถูกหยุดบ่อย ทำให้เสียอรรถรสจริง แต่มันก็ถูกแทนที่ด้วยความถูกต้อง

จังหวะฟาวล์, แฮนด์บอล, จุดโทษ, ใบแดง ทุกอย่างถูกเคลียร์ด้วยภาพช้า ไม่มีข้อครหาหรือดราม่าหลังเกมให้วิจารณ์กัน

แต่อย่างไรก็ตาม VAR ก็ยังขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของกรรมการในสนาม ฉะนั้นก็อยากจะฝากบอกไปยังผู้ตัดสินทุกท่าน ว่าควรจะยังต้องพัฒนาตัวเอง และมีความเที่ยงธรรมอยู่เสมอ

ไม่ใช่พอมี VAR แล้วจะเป่ามั่วอย่างไรก็ได้ เพราะหากเป่าผิด ก็ย้อนกลับไปดู VAR ได้

คิดแบบนี้มันไม่ถูก!!

ฉะนั้นการมี VAR ควรมีควบคู่ไปกับการมีผู้ตัดสินที่ดีด้วย มันจึงจะสมบูรณ์แบบที่สุด...